Đang tải thông tin quảng bá...
แค้นหลอกตา คลั่งไม่หยุด
ฉันเกิดมาพร้อมอาการมึนเมาอ่อนๆ ทั้งชีวิตเลยเหมือนคนดื่มเหล้าอยู่ตลอ...
Chương (1)
第1章
1
ฉันเกิดมาพร้อมอาการมึนเมาอ่อนๆ ทั้งชีวิตเลยเหมือนคนดื่มเหล้าอยู่ตลอดเวลา
เพราะอย่างนั้น ตอนที่อัคราใช้ทั้งอำนาจทั้งเงินบีบให้ฉันอยู่กับเขา ฉันยังคิดว่าเขากำลังเล่นกับฉันอยู่
ทุกครั้งที่ฉันหนีไม่สำเร็จแล้วถูกเขาจับกลับมา ฉันจะยกนิ้วโป้งให้เขา
“ฝีมือเล่นซ่อนหาพัฒนาขึ้นเร็วมากนะ ฉันซ่อนแค่ครึ่งชั่วโมง คุณก็หาเจอแล้ว”
แล้วฉันก็เล่นเกมฉันหนี เขาไล่ตาม แบบงงๆ กับเขามาสามปีเต็ม
จนวันนี้ ฉันคลื่นไส้อาเจียน ไปตรวจแล้วพบว่าตั้งครรภ์ จึงถือผลตรวจกลับบ้าน อยากบอกอัคราที่หมอเคยวินิจฉัยว่าไม่มีทางมีลูกได้
ใครจะรู้ว่าเขาประสบอุบัติเหตุรถชนและความจำเสื่อม
เพื่อนหญิงวัยเด็กของเขาร้องไห้กล่าวโทษฉัน
“ถ้าเขาไม่รีบกลับมาเพื่อฉลองวันเกิดให้เธอ เขาก็คงไม่เกิดเรื่อง”
“ตอนนี้เขาลืมเธอหมดแล้ว ฉันขอร้องล่ะ อย่าไปวุ่นวายกับเขาอีกได้ไหม”
ฉันเดินออกมาเชื่องช้าได้สักพัก ท้องก็ปวดหน่วงๆ
รู้สึกเหมือนลืมอะไรบางอย่าง
ช่างเถอะ ไว้นึกออกค่อยว่ากัน
ฉันยืนใต้เสาไฟอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยกมือเกาหัว
นึกออกแล้ว
ฉันเดินย้อนกลับไป เปิดประตู ยื่นหัวเข้าไปข้างใน พร้อมยื่นข้อมือให้ดู
บนข้อมือมีอุปกรณ์ติดตามตำแหน่งสีเทาเงิน
“เมื่อกี้รีบไปหน่อยเลยลืม พวกคุณช่วยถอดอันนี้ให้ฉันที”
บัวเลิกคิ้วเล็กน้อย ลังเลถาม “นี่คืออะไร”
ฉันอธิบายอย่างสงบ “เครื่องติดตามตำแหน่ง เป็นคู่กับอันที่อยู่บนมืออัครา”
“ถ้าพวกคุณอยากให้ฉันไม่โผล่หน้าไปให้เขาเห็นอีก ก็ช่วยปลดกำไลนี้ก่อน”
ชุดติดตามนี้อัคราเป็นคนบังคับให้ฉันใส่
ฉันคิดว่าไม่เสียหายอะไร เพราะยังไงก็ไม่ได้คิดจะหนีไปที่ที่เขาหาไม่เจออยู่แล้ว
แต่ตอนนี้สถานการณ์ไม่เหมือนเดิม
เขาลืมฉันไปหมดแล้ว
สีหน้าพ่อแม่ของอัคราเปลี่ยนไปเล็กน้อย สองคนมองสบตากัน
บัวกำปลายนิ้วแน่น หันไปมองผู้ช่วย
“คุณรู้เรื่องนี้ไหม”
ผู้ช่วยของอัคราหน้าลำบากใจ พูดอึกอัก
“เจ้านายเคยสั่งไว้ว่า กำไลนี้ห้ามถอดตลอดชีวิต เลยไม่เคยมีแผนถอดออกครับ ถ้าฝืนถอดอาจพังได้”
พ่อของอัคราตบโต๊ะดังปัง สีหน้าเคร่งลง
“เหลวไหล เขาโตขนาดนี้แล้วยังทำเรื่องแบบนี้ ถ้าคนข้างนอกรู้จะดูเป็นยังไง”
เขาหันไปสั่งผู้ช่วย
“เรียกคนมาถอดเดี๋ยวนี้”
ช่างเฉพาะทางมาถึงเร็วมาก ใช้คีมตัดออกอย่างหยาบตรงไปตรงมา
บัวรับกำไลทั้งสองวงไป แล้วโยนลงถังขยะอย่างไม่ใส่ใจ
“เรียบร้อยแล้ว เธอไปได้”
ฉันเพิ่งเดินถึงประตู ก็ได้ยินเสียงพึมพำแหบพร่าดังขึ้น
“อย่า... อย่าไป...”
ฝีเท้าฉันชะงัก หันกลับไปมอง
บนเตียงผู้ป่วย อัครายังหลับตาแน่น คิ้วขมวดลึก
บัวรีบเข้าไปจับมือเขา
“อัครา ฉันอยู่นี่ ไม่ต้องกลัวนะ”
พูดจบ เธอหันมาส่งสายตาให้ฉัน
“รีบไปสิ”
พ่อกับแม่ของอัครายืนประกบฉันซ้ายขวา พาฉันออกนอกประตู
เมื่อออกจากห้องผู้ป่วย พ่อของอัครายื่นเช็คใบหนึ่งมาให้
“ส่วนที่ควรให้ ตระกูลเราจะไม่ขาดให้เธอ แต่อัครากับเธอเป็นคนละเส้นทาง ภรรยาของเขาเป็นได้แค่บัวเท่านั้น”
“พวกเราจะไปเลือกเด็กจากสถานสงเคราะห์ ให้เขากับบัวเลี้ยงดูและอบรมให้เติบโตด้วยกัน”
“ร่องรอยที่เธอเคยมีอยู่ จะถูกลบให้หมด ต่อไปเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอแล้ว”
พอเดินไปถึงสนามบิน ความเสียใจถึงค่อยๆ ไหลย้อนขึ้นมาอย่างช้าๆ
เมื่อก่อนอัคราชอบบอกว่าฉันโง่
จริงๆ ฉันไม่ได้โง่ ฉันแค่ช้ากว่าคนอื่นหนึ่งจังหวะ
แต่ตอนนี้เขาต่างหากที่โง่จริงๆ สมองถูกชนจนเสียไปแล้ว
ฉันนั่งยองๆ หน้าเกตขึ้นเครื่อง อาเจียนแห้งอยู่นาน
พอลุกขึ้นมาเช็ดมุมปาก ถึงค่อยๆ นึกออก
อ้าว ลืมบอกพวกเขาว่าฉันท้อง
ตอนนั้นหมอวินิจฉัยผิด อัครามีลูกได้ ไม่ต้องรับเด็กมาเป็นทายาทแล้ว
2
ฉันหยิบโทรศัพท์ออกมา อยากโทรไปบอกพวกเขา
แต่โทรเท่าไหร่ก็ไม่ติด
ดูเหมือนพวกเขาไม่อยากมีความเกี่ยวข้องกับฉันจริงๆ
แต่พวกเขาให้เงินฉันมาตั้งมาก ฉันคนเดียวก็เลี้ยงลูกได้
ฉันตั้งหลักในเมืองใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
ท้องค่อยๆ โตขึ้นทุกวัน วันคลอด ฉันโทรเรียกรถพยาบาลเองคนเดียว
ลูกถูกฉันเลี้ยงดูมาอย่างดี แต่เขาหน้าเหมือนอัคราเกินไป
คิ้วตา สันจมูก แม้แต่มุมปากตอนเม้มปาก ก็เหมือนถอดพิมพ์กันมา
นิสัยก็เหมือนกัน
ล้มแล้วไม่ร้องไห้ ลุกขึ้นเอง ปัดเข่าเอง ท่าทางแก่แดดเหมือนพ่อของเขาไม่มีผิด
ไม่นานก็ถึงวันเปิดบ้านของโรงเรียนอนุบาล
เด็กคนอื่นมีพ่อแม่มานั่งข้างๆ แต่ข้างฉันว่างอยู่หนึ่งที่
เด็กคนหนึ่งวิ่งมาถามลูกชายฉัน
“นที พ่อเธอทำไมไม่มาล่ะ”
ฉันอ้าปาก สมองว่างไปหนึ่งจังหวะ ไม่รู้จะตอบยังไงแบบซื่อๆ ทื่อๆ
นทีเงยหน้าขึ้น พูดอย่างจริงจัง
“มีแม่มาก็พอแล้ว ผมคนเดียวก็ดูแลแม่ได้ ไม่ต้องมีพ่อ”
ผู้ปกครองรอบข้างได้ยินก็หัวเราะ
“เด็กคนนี้รู้ความจังเลยนะ”
ผู้ปกครองคนหนึ่งมองนทีหลายครั้ง แล้วจู่ๆ ก็ร้อง “เอ๊ะ”
“ทำไมยิ่งดูยิ่งคุ้นหน้า”
เขาเอียงหัวมองอยู่พักหนึ่ง ก่อนตบต้นขาตัวเอง
“นึกออกแล้ว เหมือนเจ้านายผมตอนเด็กชัดๆ”
“แต่เจ้านายผมกับภรรยารักกันมากนะครับ เจ้านายไม่อยากให้ภรรยาลำบาก เลยถึงขั้นรับเด็กมาเลี้ยงแทนมีลูกเอง”
ฉันยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น สมองค่อยๆ ประมวลความหมายของประโยคนั้นอย่างเชื่องช้า
ผู้ปกครองหลายคนสบตากัน สายตาหมุนวนมาที่ฉัน
เด็กผู้ชายคนหนึ่งจู่ๆ ก็หัวเราะ แล้วชี้นที
“งั้นเธอก็เป็นลูกไม่มีพ่อสิ”
“แม่เธอไม่สะอาด เป็นเมียน้อยที่เศรษฐีเลี้ยงไว้นอกบ้าน มิน่าพ่อถึงไม่มา เพราะเธอเป็นลูกนอกสมรส”
ผู้ใหญ่ข้างๆ ดึงเด็กคนนั้นไว้ แต่ที่มุมปากกลับมีรอยยิ้มแฝงนัย
ไหล่เล็กๆ ของนทีสั่นหนึ่งที เขากำหมัดแน่นแล้วพุ่งเข้าใส่
“ห้ามว่าแม่ผมนะ”
ตอนฉันได้สติ นทีก็นั่งคร่อมอยู่บนตัวเด็กคนนั้นแล้ว
พ่อของเด็กรีบพุ่งเข้ามาหิ้วนทีขึ้น เด็กคนนั้นฉวยโอกาสข่วนหนึ่งที แก้มของนทีมีรอยเลือดยาวเพิ่มขึ้นทันที
ผู้ชายคนนั้นมองฉัน เห็นฉันเลี้ยงลูกคนเดียว คงคิดว่าฉันรังแกง่าย
เขาหิ้วนทีไว้ หัวเราะเย็น
“ในเมื่อเด็กคนนี้ไม่มีพ่อสั่งสอน งั้นผมในฐานะผู้ใหญ่ จะสั่งสอนแทนพ่อเขาเอง”
พูดจบ เขายกมือขึ้น แล้วตบลงบนก้นนทีหนึ่งที
ดวงตานทีแดงขึ้น แต่เขากัดริมฝีปากแน่น ไม่ยอมให้น้ำตาหล่น
หัวฉันดังอื้อ ราวกับเสียสติ ฉันพุ่งเข้าไปแย่งลูกกลับมา กอดไว้ในอ้อมแขนแล้วหันหลังเดินออกไป
แต่กลางดึก นทีเริ่มไข้ขึ้น
ใบหน้าเล็กๆ แดงจัด ลมหายใจที่เป่าออกมาก็ร้อน
ฉันแบกเขาวิ่งไปห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลตลอดทาง ทางเดินเต็มไปด้วยผู้คน
หลังลงทะเบียนเสร็จ ฉันอุ้มลูกที่ตัวร้อนจี๋ นั่งขดอยู่บนเก้าอี้ ความไร้ที่พึ่งไหลเข้ามาเป็นระลอก
ตอนนั้นเอง เสียงละเมอเบาเหมือนเส้นไหมดังจากอ้อมแขน
“พ่อ... พ่อ...”
ฉันกอดเขาเงียบไปชั่วครู่ แล้วรัดแขนแน่นขึ้น แนบหน้าผากกับผมของเขา
“พ่อของลูกจำเราไม่ได้แล้ว ไปเป็นพ่อให้คนอื่นแล้ว”
เสียงประกาศเรียกหมายเลขของเราดังพอดี ฉันรีบอุ้มนทีลุกขึ้น เดินเร็วไปด้านใน เพิ่งถึงหน้าห้องตรวจ
ผู้หญิงคนหนึ่งเบียดเข้ามาจากด้านข้าง แล้วแทรกก่อน
“ลูกฉันมือถลอก ให้เราดูก่อน”
วินาทีที่สบตากัน เราทั้งคู่ชะงัก
เป็นบัวจริงๆ
3
สายตาของเธอตกลงบนเด็กในอ้อมแขนฉัน
เธอขมวดคิ้ว น้ำเสียงเริ่มไม่มั่นใจ
“เด็กคนนี้ทำไมหน้าเหมือน...”
“เป็นไปไม่ได้ หมอบอกแล้วว่าอัครามีลูกไม่ได้”
ฉันทำหน้าจริงใจ กำลังจะบอกว่า “ตอนนั้นหมอตรวจผิด”
แต่ด้านหลังมีเสียงฝีเท้าหนักแน่นดังเข้ามา
อัคราเดินมายืนข้างบัว
“เกิดอะไรขึ้น”
ฉันเงยหน้า ก็สบเข้ากับดวงตาลึกของอัครา
ไม่รู้ทำไม ต้นคอฉันเย็นวาบขึ้นมา
แววตาบัวมีความร้ายกาจแวบผ่าน
ฉันยังไม่ทันพูด เธอก็เปลี่ยนเป็นเสียงนุ่มนิ่มหันไปหาเขา
“อัครา คุณลืมไปแล้ว เธอคือคนที่เมื่อก่อนชอบรังแกฉัน”
“เมื่อกี้เธอยังขู่ฉัน บอกว่าจะไม่ให้ฉันอยู่อย่างสงบ”
เธอขยับเข้าไปในอ้อมแขนอัครา ปลายนิ้วดึงชายเสื้อเขาเบาๆ
“ฉันกลัว คุณช่วยสั่งสอนเธอหน่อย ไล่เธอออกนอกประเทศไปเลยได้ไหม”
อัคราปล่อยมือจากบัว ก้มมองเธอแวบหนึ่ง น้ำเสียงฟังไม่ออกว่าโกรธหรือไม่
“เธอรังแกคุณ?”
จากนั้นเขาปล่อยมือบัว แล้วเดินมาหาฉันทีละก้าว
ฉันถอยหลังเล็กน้อย
สายตาเขาร้อนแรง เสียงมีความแหบพร่าเล็กน้อย
“คุณชื่ออะไร”
ฉันถูกสายตานั้นจ้องจนหัวใจสะดุด
“มะลิ”
ความรู้สึกคุ้นเคยมาก
ทุกครั้งที่เขามาจับฉันกลับไป เขาจะมีแววตาคลั่งแบบนี้
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาเงยคางไปทางพยาบาล
“ให้เธอเข้าไปตรวจก่อน เด็กไข้สูงมากแล้ว”
บัวที่อยู่ด้านหลังแทบกัดฟันแตก จ้องฉันด้วยความแค้น
โชคดีที่นทีไม่ได้เป็นอะไรมาก ให้น้ำเกลือเสร็จก็กลับบ้านได้
ฉันเดินไปคิดไป วันนี้เกิดเรื่องมากมายขนาดนี้ ต้องย้ายเมืองอยู่แล้ว อยู่ที่นี่ต่อไม่ได้
ฉันกำลังคิดว่าจะไปที่ไหนดี
จู่ๆ แขนข้างหนึ่งก็ยื่นมาจากด้านหลัง ปิดปากกับจมูกฉันไว้แน่น
ฉันหมดสติไปทันที
พอลืมตาอีกครั้ง ฉันอยู่ในห้องเล็กๆ มืดสนิท
เสียงใสเย็นของอัคราเสียดผ่านข้างหู
“มะลิ เป็นผู้หญิงของฉันดีๆ”
“ฉันให้ทุกอย่างที่เธอต้องการได้ ห้ามหนี”
ฉันขยับมือเท้า เสียงโลหะกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง
ฉันก้มดูโซ่ตรวนหลายชุดที่ล็อกตัวเองไว้
พฤติกรรมคุ้นเคย ประโยคคุ้นเคย อัคราคนเดิมที่คุ้นเคย
เขาว่ากันว่าคนเราไม่ก้าวลงแม่น้ำสายเดิมสองครั้ง
แต่อัคราก้าวได้
ฉันถึงกับมึนงง คิดว่าตัวเองย้อนเวลาอีกแล้ว
“รอบนี้ทำไมคุณใช้เวลานานจังถึงหาเจอ”
ไม่รู้คำนี้ไปกระตุ้นอะไรเขา
รูม่านตาเขาหดเกร็งรุนแรง เขายกมือกดขมับแน่น
ทั้งตัวเซเล็กน้อย วินาทีต่อมา เขาล้มลงมาทับฉันตรงๆ
ร่างหนักกดลงบนตัวฉัน
ประตูถูกผลักเปิดอย่างแรงในจังหวะนั้น
บัวยืนอยู่หน้าสุด ด้านหลังคือพ่อกับแม่ของอัครา
สายตาบัวข้ามทุกอย่างมาตกที่มือเท้าของฉันที่ถูกล็อกไว้ ทั้งร่างเธอโงนเงนเล็กน้อย
แม่ของอัคราจับกรอบประตูไว้ เกือบเป็นลม
“มะลิ ทำไมเป็นเธออีกแล้ว ทำไมพวกเธอถึงมาเกี่ยวกันอีก”
4
พวกเขารีบวิ่งเข้ามา โทรเรียกหมออย่างวุ่นวาย คนกลุ่มหนึ่งล้อมเข้ามาพยุงอัคราที่หมดสติออกจากข้างเตียง
หมอมาถึงเร็วมาก หลังตรวจอยู่พักหนึ่งก็เงยหน้าขึ้น
“ดีมากครับ ลิ่มเลือดคั่งในสมองของคุณอัครากำลังสลายอย่างรวดเร็ว ความทรงจำของเขาน่าจะกลับมาเร็วๆ นี้”
แม่ของอัคราฝืนยิ้มเล็กน้อย
พ่อของอัคราขมวดคิ้ว ไม่พูดอะไร ถอนหายใจติดกันหลายครั้ง ก่อนโบกมือ
“พาเขาไปพักดีๆ ก่อน ให้พยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด”
เมื่ออัคราถูกคนพยุงออกจากห้อง ประตูปิดลง สายตาสามคู่ก็หันมาที่ฉันพร้อมกัน
พ่อของอัคราเปิดปาก น้ำเสียงเหนื่อยล้า
“คุณมะลิ เดิมทีเราไม่อยากทำร้ายคุณ แต่ตอนนี้ไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ”
“ใครใช้ให้คุณทำให้อัคราหาคุณเจออีก”
เขาหยิบโทรศัพท์ กดเบอร์หนึ่ง
ไม่ถึงยี่สิบนาที ด้านนอกก็มีเสียงฝีเท้าเป็นระเบียบดังขึ้น
ประตูถูกเปิดออก คนในเครื่องแบบหลายคนยืนอยู่หน้าประตู สีหน้าเคร่งขรึม
“คุณมะลิใช่ไหม เราได้รับแจ้งความว่าคุณบุกรุกเคหสถานส่วนบุคคล ขโมยความลับทางธุรกิจ มูลค่าความเสียหายสูงมาก เชิญไปกับเราด้วยครับ”
ฉันชะงัก รีบหันไปมองพ่อของอัครา ส่ายหน้าไม่หยุด
“ไม่ใช่ค่ะ ฉันไม่ได้ทำ”
แม่ของอัครายืนอยู่ข้างๆ หยิบเอกสารชุดหนึ่งจากกระเป๋า ยื่นให้คนที่นำหน้า
“นี่คือใบแจ้งความและรายการหลักฐานของเรา รบกวนด้วยค่ะ”
ตอนนั้นบัวก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าว ยื่นมือมาลูบผ่านใบหน้าฉัน ในแววตามีความอิจฉาแวบผ่าน
“คุณลุงคุณป้า ทำให้สะอาดกว่านี้ไม่ดีกว่าเหรอคะ”
“กรีดหน้าเธอให้พัง แล้วค่อยส่งเข้าคุก”
“ต่อให้อัคราจำได้ พอเห็นใบหน้านี้ เขาก็มีแต่จะรังเกียจ”
แม่ของอัคราเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนค่อยๆ พยักหน้า
“บัวคิดได้ไกลจริงๆ”
ฉันถูกล่ามแน่นอยู่บนเตียง มือเท้าถูกโลหะล็อก ขยับไม่ได้เลย
“อย่า ขอร้องล่ะ...”
บัวถือมีดเล็กเดินเข้ามาแล้ว ใช้สันมีดแตะใบหน้าฉันเบาๆ
“ไม่ต้องห่วง ฉันจะลงมือเร็วๆ”
“หลายปีมานี้เขาไม่ยอมแต่งงานสักที รอเขาฟื้นความจำแล้วเห็นหน้าอัปลักษณ์ของเธอ ก็คงปล่อยวางได้เสียที”
ฉันหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง
แต่ตอนนั้นเอง ประตูถูกผลักเปิดกะทันหัน
นทีใช้แรงทั้งหมดแหวกคนที่ขวางทาง วิ่งพุ่งเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิต
“คุณย่า ขอร้อง ปล่อยแม่ผม อย่าทำร้ายแม่ผม”
นทีร้องไห้ตะโกน แล้วชนเข้ากับแม่ของอัคราเต็มแรง
แม่ของอัคราไม่ทันตั้งตัว เซถอยหนึ่งก้าว
พอก้มมอง คำด่าที่กำลังจะออกจากปากกลับแข็งค้างอยู่ตรงนั้น
“โอ๊ย เด็กบ้านไหนไม่ดูทาง...”
ใบหน้านี้
แม่ของอัคราชะงัก
คิ้วตา สันจมูก เหมือนอัคราตอนเด็กไม่มีผิด
ขณะเดียวกัน พ่อของอัคราก็ก้มมองจนตะลึง
เขามองใบหน้านทีอย่างไม่อยากเชื่อ แล้วอุ้มเด็กขึ้นมาอย่างตื่นเต้น
“หนูน้อย เป็นลูกบ้านไหน”
นทีตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า เสียงร้องยังสั่น
“คุณปู่ ขอร้องปล่อยแม่ผมมะลิ”
“ผมไม่มีพ่อ แม่เลี้ยงผมคนเดียวลำบากมาก อย่ารังแกแม่ผมเลย”