กำแพงอธิษฐานกลายเป็นบัญชีความตาย

Đang tải thông tin quảng bá...

กำแพงอธิษฐานกลายเป็นบัญชีความตาย

MotoNovel Hoàn thành

หลังเรียนจบ ฉันสร้างแอปโซเชียลนิรนามขึ้นมาแอปหนึ่ง ข้างในไม่เพียงใช...

Chương (1)

第1章

1 หลังเรียนจบ ฉันสร้างแอปโซเชียลนิรนามขึ้นมาแอปหนึ่ง ข้างในไม่เพียงใช้ระบายเรื่องในใจ พูดคุย หาเพื่อน แต่ไม่นานมานี้ฉันยังตั้งใจเพิ่มฟังก์ชัน “กำแพงอธิษฐาน” เข้าไปด้วย ฟังก์ชันเพิ่งเปิดใช้ได้ไม่นาน ก็มีรีวิวดีๆ เข้ามาหนึ่งข้อความ 【กำแพงอธิษฐานนี้ฉันแนะนำแรงๆ】 【ฉันอธิษฐานให้หัวหน้าที่ลวนลามฉันตายอย่างทรมาน กลับเข้าไปเกิดใหม่ในท้องแม่ซะ】 【ไม่คิดเลยว่า คำอธิษฐานจะเป็นจริง】 ตอนแรกฉันคิดว่าเธอแค่ล้อเล่น เลยไม่ได้สนใจ แต่วินาทีต่อมา โทรศัพท์ก็เด้งข่าวขึ้นมา 【ชายวัยกลางคนเสียชีวิตปริศนาในอาคารพักอาศัยของตัวเอง】 ที่เกิดเหตุประหลาดมาก ศพขดตัวอยู่ในถุงน้ำขนาดใหญ่ มองแวบแรก เหมือนกลับเข้าไปอยู่ในครรภ์มารดา ฉันสูดลมหายใจเย็นเฉียบเข้าปอด สมองนึกถึงรีวิวเมื่อครู่ทันที ฉันปลอบตัวเองว่าน่าจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ ตอนนั้น ประตูห้องถูกผลักเปิดเบาๆ แม่ถือใบเสร็จซื้อของใบหนึ่งมาถามฉัน “ริน ลูกซื้อถุงน้ำซีลขนาดใหญ่ไปทำอะไร” ฉันชะงัก “หนูซื้อถุงน้ำซีลตอนไหนคะ” ฉันรับใบเสร็จจากมือแม่ เวลาซื้อที่พิมพ์ไว้คือเมื่อคืนตอนตีสองสิบนาที แต่ตอนนั้นฉันหลับไปแล้วชัดๆ ไม่ได้ออกจากบ้าน ฉันพูดออกไปโดยไม่รู้ตัว “นี่ไม่ใช่หนูซื้อ เมื่อคืนหนูนอนแล้ว” พอพูดจบ ฉันก็นึกถึงข่าวนั้นขึ้นมาทันที สิ่งที่ห่อศพไว้ ก็คือถุงน้ำซีลขนาดเดียวกันนี้ ความหนาวเย็นไต่ขึ้นตามสันหลัง ฉันรีบเปิดข่าวนั้นอีกครั้ง ในประกาศของตำรวจระบุว่า เวลาตายของผู้เสียชีวิตประมาณตีสองครึ่ง พอดีกับช่วงหลังการซื้อถุงน้ำไม่นาน หรือใบเสร็จนี้เป็นของฆาตกรที่ทิ้งไว้ตอนซื้อของ แต่ทำไมมันถึงมาอยู่ในกระเป๋าฉันอย่างไร้สาเหตุ ตอนนั้น แม่เหลือบมองรองเท้าที่ฉันวางไว้หน้าประตู แล้วขมวดคิ้ว “ยังบอกว่าไม่ได้ออกไปอีก ดูรองเท้าสิ มีแต่โคลน กลับมาก็ไม่ล้างให้สะอาด” พูดจบ แม่ก็หยิบรองเท้าฉันไปห้องน้ำด้วยสีหน้ารังเกียจ แต่ฉันยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ เมื่อคืนก่อนนอน ฝนตกหนักกะทันหัน ฉันนั่งปรับระบบหลังบ้านของแอปอยู่ที่บ้าน พอเสร็จก็ขึ้นเตียงนอน ไม่ได้ก้าวออกจากประตูสักครึ่งก้าว แล้วโคลนบนรองเท้ามาจากไหน ฉันรีบเปิดแอปเข้าไปดู คำอธิษฐานฆ่าคนนั้นในกำแพงอธิษฐาน ยอดไลก์พุ่งขึ้นอันดับหนึ่งแล้ว ในคอมเมนต์ก็มีข้อความเพิ่มขึ้นหลายร้อย 【พวกคุณเห็นข่าวหรือยัง คำอธิษฐานนี้เป็นจริงจริงๆ ถึงจะหลอนมาก แต่ก็ทำให้มันกลับเข้าท้องแม่จริงๆ】 【ขนลุกเลย ผู้สร้างกำแพงอธิษฐานคงไม่ได้ไปฆ่าคนเพื่อทำให้คำขอเป็นจริงจริงๆ ใช่ไหม】 【นั่นมันอาชญากรรมนะ ไม่มีใครโง่ทำแบบนั้นหรอก】 ฉันมองคอมเมนต์เหล่านั้น ความไม่สบายใจในอกยิ่งแรงขึ้น หรือฉันจะละเมอไปฆ่าคนเพื่อทำตามคำอธิษฐานในกำแพงจริงๆ เป็นไปได้ยังไง เพื่อยืนยันว่าเมื่อคืนฉันได้ออกจากบ้านหรือไม่ ฉันไปขอดูกล้องลิฟต์จากฝ่ายนิติบุคคล ตอนเห็นช่วงเวลาตีสองถึงตีสาม ประตูบ้านฉันปิดสนิทตลอด และในลิฟต์ก็ไม่มีเงาฉันปรากฏ ฉันจึงถอนหายใจโล่งอก และไม่คิดถึงใบเสร็จประหลาดกับโคลนบนรองเท้าอีก ไม่กี่วันต่อมา เพื่อนสนิทของฉันนัดกินข้าวอย่างกะทันหัน เธอเป็นแพทย์นิติเวช ต้องอยู่กับศพและคดีอาชญากรรมสารพัดทุกวัน คนอื่นๆ ค่อนข้างถือสา ไม่อยากคบหาเธอ คิดว่าอาชีพเธออัปมงคล แต่พวกเราโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ไม่ได้ห่างเหินกันเพราะงานที่เธอเลือก บนโต๊ะอาหาร เพื่อนสนิทเป็นฝ่ายพูดถึงคดีประหลาดนั้นก่อน เธอถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ “อย่าพูดเลย คืนเกิดเหตุฝนตกหนักมาก หลักฐานในที่เกิดเหตุถูกชะล้างไปเกือบหมด” “ข้างบนสั่งตายว่า ภายในหนึ่งสัปดาห์ต้องปิดคดีให้ได้ ฉันทำโอทีติดกันสามวันแล้ว” “แต่ว่า...” เธอขยับเข้ามากระซิบข้างหูฉันอย่างลึกลับ “เราเจอผู้ต้องสงสัยแล้ว แต่อีกฝ่ายไม่ค่อยให้ความร่วมมือ” ฉันสงสัย “ไม่ให้ความร่วมมือ?” เธอพยักหน้า “เราตรวจสอบความสัมพันธ์ทางสังคมของผู้ตาย พบว่าไม่นานก่อนตาย เขาเคยลวนลามพนักงานหญิงในบริษัท” “แต่ผู้หญิงคนนั้นดูสติไม่ค่อยดี เอาแต่ยืนยันว่าเธออธิษฐานบนกำแพงอธิษฐาน แล้วอีกฝ่ายถึงตาย” ได้ยินแบบนั้น ร่างฉันแข็งทื่อ พูดติดขัด “อธิษฐาน... จะฆ่าคนได้ยังไง” “ใช่ ฉันก็คิดว่าเหลวไหล” เพื่อนสนิททำหน้าเหนื่อยใจ “แต่เธอยืนกรานว่ามันเป็นผลของกำแพงอธิษฐาน” “ที่ปวดหัวกว่านั้นคือ หลังตรวจสอบแล้วพบว่าเธอไม่มีเวลาในการก่อเหตุ เบาะแสเส้นนี้เลยขาดไปอีก” เธอเขี่ยตะเกียบไปมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง “แต่พูดก็พูดเถอะ ผู้ตายใช้ตำแหน่งหน้าที่กดดัน ลวนลาม และคุกคามพนักงานหญิงมานาน ถ้าถามฉัน คนแบบนี้ตายก็สมควร” “คนแบบนั้นต้องมีศัตรูเยอะอยู่แล้ว ถูกฆ่าก็ไม่แปลก” ฉันแอบโล่งใจ ดูเหมือนตำรวจจะมองเป็นคดีฆาตกรรมทั่วไป ไม่ได้เชื่อมโยงกับกำแพงอธิษฐาน “แต่ว่า...” เพื่อนสนิทเปลี่ยนน้ำเสียง “ในที่เกิดเหตุพบรอยเท้าหนึ่งรอย คาดว่าเป็นของฆาตกร” “เบอร์สามสิบเจ็ด เป็นรอยรองเท้าผู้หญิง” ลมหายใจฉันสะดุด รองเท้าของฉันก็เบอร์สามสิบเจ็ดพอดี ตอนฉันอยากถามรายละเอียดต่อ หน้าจอโทรศัพท์ก็สว่างขึ้น ข้อความจากเบอร์แปลกเด้งขึ้นมา “ฉันรู้ว่าเธอช่วยฉันฆ่าเขา วางใจเถอะ ฉันไม่ปากโป้งหรอก” สีหน้าฉันซีดขาวทันที มือที่กดเปิดหน้าจอสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ “เป็นอะไร หน้าเสียขนาดนี้” เพื่อนสนิทรีบขยับเข้ามา ดวงตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง ฉันรีบกดดับหน้าจอ ฝืนยิ้มออกมา “ไม่มีอะไร” “จู่ๆ รู้สึกไม่ค่อยสบาย ฉันกลับบ้านก่อนนะ” หลังรีบลาจากเพื่อน ฉันเปิดกล่องข้อความอีกครั้ง จ้องตัวอักษรบนหน้าจอเขม็ง 【คุณเป็นใคร ฉันไม่เข้าใจว่าคุณพูดอะไร】 ฉันพิมพ์ตอบกลับไปด้วยมือสั่น ไม่นาน ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมา 【ตอนนั้นเธอถามที่อยู่หัวหน้าฉันโดยเฉพาะ ไม่ใช่เพราะอยากช่วยฉันแก้แค้นเหรอ】 【เธอสบายใจได้ ตำรวจมาหาฉันแล้ว ฉันไม่ได้ซัดทอดเธอ】 ข้อความนี้ทำให้หลังฉันเย็นวาบ ในความทรงจำของฉัน ฉันไม่เคยขอที่อยู่จากใคร เหมือนกลัวฉันไม่เชื่อ อีกฝ่ายรีบส่งรูป MMS มา พอกดเปิดดู กลับเป็นภาพแคปหน้าจอแชตหนึ่งภาพ บทสนทนาสั้นมาก 【ฉันช่วยให้คำอธิษฐานของเธอเป็นจริงได้ ส่งที่อยู่หัวหน้ามาให้ฉัน】 【จริงเหรอ ดีมากเลย ซอยช่างลม 223】 ผู้ส่งในภาพแคป คือเบอร์โทรของฉันจริงๆ แต่ฉันค้นข้อความในโทรศัพท์ทั้งหมดแล้ว ไม่พบประวัติข้อความนี้เลย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ จนปัญญา ฉันจึงส่งข้อความเตือนไป 【คุณส่งผิดคนแล้ว ฉันไม่รู้ว่าคุณพูดอะไร】 【ฉันเป็นแค่คนธรรมดา ไม่เคยทำเรื่องผิดกฎหมาย】 【ถ้าคุณยังปลอมแปลงแชตมาใส่ร้ายฉันอีก ฉันจะแจ้งตำรวจ】 หลังส่งไป อีกฝ่ายก็ไม่ตอบกลับมาอีก แต่ในหัวฉันปั่นป่วนไปหมดแล้ว ตั้งแต่ฟังก์ชันกำแพงอธิษฐานเปิดใช้ ตั้งแต่คำอธิษฐานฆ่าคน ใบเสร็จซื้อของที่โผล่มา รองเท้าที่เปื้อนโคลน ไปจนถึงเบอร์รองเท้าที่ตรงกับรอยเท้าในที่เกิดเหตุ ทั้งหมดเหมือนกำลังยืนยันว่าฉันคือฆาตกร แทนที่จะคิดฟุ้งซ่าน สู้ลบฟังก์ชันกำแพงอธิษฐานทิ้งไปเลยดีกว่า คิดได้แบบนั้น ฉันรีบล็อกอินเข้าระบบหลังบ้านของแอป พิมพ์โค้ดเสร็จ เตรียมลบฟังก์ชันออก จู่ๆ หน้าจอก็เด้งแจ้งเตือนว่ามีคำอธิษฐานใหม่ ฉันลังเลอยู่นาน แต่สุดท้ายก็กดเปิดข้อความนั้น ครั้งนี้คนอธิษฐานเป็นนักเรียนมัธยมปลายปีสุดท้าย 【ครูประจำชั้นสั่งการบ้านเยอะมาก ฉันลืมทำไปหนึ่งอย่าง เขาโยนแบบฝึกหัดทั้งเล่มมาให้ฉัน บังคับให้ทำให้หมด】 【ถ้าทำไม่เสร็จ ต้องยืนอ่านคำขอโทษต่อหน้าทั้งโรงเรียน】 【ตอนนี้ตีสองแล้ว ฉันทำได้แค่หนึ่งในสาม ฉันไม่ไหวแล้ว อยากตาย】 【ไม่... ฉันอยากให้เขาตาย】 【ฉันขอให้เขาได้ลิ้มรสความทรมานแบบนี้ ทำแบบฝึกหัดจนตายคาโต๊ะ】 อ่านข้อความนี้แล้ว ฉันอดนึกถึงครูประจำชั้นตอนมัธยมไม่ได้ เธอก็เข้มงวดไร้ความปรานีแบบนี้ เมื่อก่อนเธอมักใช้สารพัดวิธีลงโทษนักเรียนที่ทำการบ้านไม่เสร็จ ถึงขั้นมีเด็กทนแรงกดดันไม่ไหว กระโดดตึกเสียชีวิต กลายเป็นข่าวใหญ่ น่าเสียดายที่เบื้องหลังเธอมีเส้นสายแข็ง เรื่องนั้นจึงถูกกดเงียบไป ไม่คิดเลยว่าครูที่ไร้จริยธรรมแบบนี้จะมีอยู่มากมาย เวลานี้ ยอดไลก์ของคำอธิษฐานนี้เกินหนึ่งพันแล้ว ตัวเลขยังพุ่งขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ในคอมเมนต์ก็มีแต่เสียงเห็นด้วย 【สนับสนุนเต็มที่ ครูไร้จรรยาบรรณแบบนี้ไม่สมควรมีชีวิตอยู่】 【ทำไมเธอไม่ลองเองล่ะว่าในคืนเดียวทำแบบฝึกหัดทั้งเล่มเสร็จไหม นี่มันลงโทษทางอ้อมชัดๆ】 ฉันถอนหายใจ กลัวกระแสจะยิ่งลุกลาม จึงกดเข้าระบบหลังบ้านทันที แล้วลบฟังก์ชันกำแพงอธิษฐานออกอย่างเด็ดขาด เช้าวันต่อมา โทรศัพท์เงียบสนิท หัวใจที่แขวนอยู่ของฉันจึงค่อยๆ วางลง คดีฆาตกรรมนั้นไม่เกี่ยวกับกำแพงอธิษฐานเลย ในตอนที่ฉันแอบโล่งใจ เสียงเคาะประตูรัวๆ ก็ดังขึ้นด้านนอก พอเปิดประตู เพื่อนสนิทยืนอยู่หน้าประตู เหงื่อเต็มหน้า สีหน้าตื่นตระหนก “ริน เธอยังจำครูศิริ ครูประจำชั้นมัธยมของเราได้ไหม” “เมื่อคืนเธอตายกะทันหัน” “อะไรนะ” เพื่อนสนิทรีบนั่งลง คว้าแก้วน้ำขึ้นมากระดกหนึ่งอึกใหญ่ “เช้านี้เราได้รับแจ้งเหตุ ครูศิริตายในบ้านตัวเอง เธอลองเดาดูสิ... เขาตายยังไง” ความไม่สบายใจในอกฉันแรงขึ้นเรื่อยๆ เสียงสั่นอย่างห้ามไม่ได้ “หรือว่า... ตายกะทันหันตอนตรวจการบ้าน?” เพื่อนสนิทชะงัก มองฉันอย่างไม่อยากเชื่อ “เธอเดาได้ยังไง” “แต่มีอย่างหนึ่งที่เธอพูดผิด เธอไม่ได้ตายตอนตรวจการบ้าน แต่ตายตอนทำแบบฝึกหัดทั้งเล่ม” เพื่อนสนิทขยับเข้ามาใกล้อย่างลึกลับ “หลอนไหมล่ะ ครูประจำชั้นคนหนึ่งนั่งทำแบบฝึกหัด ม.6 ทั้งคืน” “แล้วหลังชันสูตร เราพบว่าเธอตกใจจนหัวใจหยุดเต้น” คำอธิบายนี้ทำให้หัวใจฉันจมลงทันที และนึกถึงคำอธิษฐานเมื่อคืน ฉันลบกำแพงอธิษฐานไปแล้วชัดๆ ทำไมคดีถึงยังเกิดขึ้น ฉันไม่มีเวลาคิดต่อ รีบเปิดคอมพิวเตอร์เข้าไปที่ระบบหลังบ้านของแอป วินาทีที่หน้าเว็บโหลดขึ้น หัวใจฉันเย็นวาบ ฟังก์ชันกำแพงอธิษฐานที่เดิมถูกลบไปแล้ว กลับปรากฏอยู่บนหน้าแรกของแอปอีกครั้ง และคำอธิษฐานเมื่อคืน ยอดไลก์เกินสองพันแล้ว ในคอมเมนต์ยังมีข้อความขอบคุณจากผู้โพสต์แขวนอยู่ 【ฉันแค่อธิษฐานเล่นๆ ไม่คิดเลยว่าจะเป็นจริง】 【ครูประจำชั้นที่น่ารังเกียจคนนั้นตายแล้วจริงๆ】 ด้านล่างระเบิดทันที คอมเมนต์ไหลไม่หยุด 【จริงหรือปลอม จะศักดิ์สิทธิ์ขนาดนั้นเลยเหรอ】 【แต่งเรื่องปะ ฉันอธิษฐานให้ถูกหวยห้าล้าน ซื้อลอตเตอรี่ยังไม่ถูกสองบาทเลย】 【ฉันก็อธิษฐานให้สอบไม่ตก สุดท้ายก็ตกอยู่ดี】 【ยิ่งคิดยิ่งขนลุก... หรือมีแค่คำอธิษฐานฆ่าคนเท่านั้นที่เป็นจริง นี่ไม่ใช่กำแพงอธิษฐาน แต่เป็นกำแพงคร่าชีวิต】 【เห็นด้วยกับข้างบน ยิ่งคิดยิ่งกลัว】 สองคอมเมนต์นี้ถูกดันขึ้นตำแหน่งบนสุดอย่างรวดเร็ว เพื่อนสนิทเห็นหน้าฉันซีดลงเรื่อยๆ จึงถามอย่างไม่สบายใจ “ริน เธอเป็นอะไรกันแน่ ทำไมกลัวขนาดนี้” ตอนนั้นเอง ด้านนอกประตูมีเสียงโวยวายดังขึ้น พอเปิดประตูออกไป สายตาฉันตกลงบนกำแพง เลือดทั้งตัวเหมือนแข็งทันที ไม่รู้ว่าใครเขียนตัวอักษรสีแดงเลือดไว้สี่คำ ฆาตกร เพื่อนสนิทก็ตกใจกับภาพตรงหน้า “ริน นี่มันเรื่องอะไรกัน” ฉันยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เสียงสั่นจนไม่เป็นรูป “ดาว เธอ... เธอเชื่อไหมว่ากำแพงอธิษฐานฆ่าคนได้” ฉันเล่าเรื่องตั้งแต่กำแพงอธิษฐานเปิดใช้ ไปจนถึงคำขอฆ่าคนที่เกิดขึ้นจริง ให้เธอฟังทั้งหมด ยังเปิดบันทึกคำอธิษฐานของทั้งสองคนให้เพื่อนดู เพื่อนสนิทดูจบก็นิ่งค้าง “เป็นไปได้ยังไง ใครจะฆ่าคนผ่านกำแพงอธิษฐานกัน” ฉันเองก็อธิบายไม่ถูก รู้แค่ว่าหนังศีรษะชาไปหมด ตอนนั้น สายตาของเพื่อนเหมือนถูกอะไรบางอย่างดึงดูด เธอยื่นมือไปหยิบปากกาหมึกซึมจากมุมหนึ่งของห้อง แล้วมองฉันอย่างสงสัย “ริน ปากกาของครูศิริมาอยู่ที่เธอได้ยังไง” ทั้งร่างฉันสั่นสะท้าน ค่อยๆ หันกลับไป ในมือของเพื่อนคือปากกาหมึกซึมสีดำธรรมดา บนตัวปากกาเขียนว่า โรงเรียนมัธยมเทศบาล 23 และโรงเรียนมัธยมเทศบาล 23 ก็คือโรงเรียนที่ครูศิริสอนอยู่ ฉันยังไม่ทันอธิบาย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง พอเปิดประตู เจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบหลายคนยืนอยู่หน้าประตู สายตาคมกริบ “คุณกัญญาริน เราสงสัยว่าคุณเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมสองคดี กรุณาไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจด้วยครับ” ตำรวจเริ่มค้นบ้านฉันทันที ไม่นานก็พบใบเสร็จซื้อของ รองเท้าที่มีรอยเท้าตรงกัน และปากกาหมึกซึมของครูศิริ นอกจากนี้ ตำรวจยังพบคำอธิษฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมในระบบแอปจากคอมพิวเตอร์ของฉัน ไม่นานฉันก็ถูกตำรวจมองเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง ฉันทำได้แค่อธิบายซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ตอนเกิดเหตุฉันอยู่บ้านตลอด ไม่ได้ออกไปไหน ของพวกนั้นโผล่มาเองอย่างไร้สาเหตุ อีกทั้งฉันกับผู้ตายไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน ไม่มีทางไปฆ่าคนเพื่อทำตามคำอธิษฐานของคนอื่น ตำรวจเองก็ดูเหมือนคิดว่า การฆ่าคนเพื่อเติมเต็มคำขอของคนแปลกหน้า เป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินไป อีกอย่าง ตำรวจตรวจกล้องวงจรปิดในทางเดินอาคารและพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดแล้ว ไม่พบภาพฉันออกจากบ้านหรือไปยังที่เกิดเหตุเลยแม้แต่นิด แม้หลักฐานทางกายภาพจะชี้มาที่ฉัน แต่ไม่มีเส้นทางการเคลื่อนไหว จึงยากจะตั้งข้อหา หลังพิจารณาแล้ว พวกเขาทำได้เพียงปล่อยฉันเพราะหลักฐานไม่พอ หลังกลับถึงบ้าน สิ่งแรกที่ฉันทำคือเปิดระบบหลังบ้านของแอป แอปนี้คือหยาดเหงื่อทั้งหมดของฉันตลอดห้าปี ฉันอดหลับอดนอนนับคืนไม่ถ้วน ปรับแก้ซ้ำไปซ้ำมา มันแบกรับความคาดหวังทั้งหมดของฉัน แต่ตอนนี้มันพัวพันกับคดีฆาตกรรม ฉันไม่เหลือความอาลัยแม้แต่นิด ฉันถอนโปรแกรม ลบช่องทางเข้าถึงทั้งหมดของแอปอย่างไม่ลังเล ทำทุกอย่างเสร็จ ฉันนอนลงบนเตียง ภาวนาให้เรื่องนี้จบลงตรงนี้ ตอนนั้น โทรศัพท์ก็ดังแจ้งเตือนหนึ่งข้อความ พอกดดู เป็นการแจ้งเตือนจากระบบเดิมที่เคยผูกกับแอปไว้ คำอธิษฐานใหม่ปรากฏบนหน้าจอ 【แม่ของฉันชอบเก็บของกินอร่อยๆ ทั้งหมดไว้ให้น้องชาย】 【เธอยังจะขายฉันให้ชายแก่ข้างบ้าน เพื่อเอาค่าสินสอดไปให้น้องชายแต่งเมีย】 【ฉันขอให้แม่ตายต่อหน้าทุกคน】 ความหนาวเย็นเสียดกระดูกไต่ทั่วร่างในทันที ฉันลบแอปไปแล้วชัดๆ ทำไมยังได้รับคำอธิษฐานอยู่ ฉันลองล็อกอินเข้าระบบหลังบ้านอีกครั้ง หน้าเว็บว่างเปล่า แอปไม่อยู่แล้วจริงๆ หรือระบบมีบั๊ก หมดหนทาง ฉันทำได้แค่ลบข้อความนั้นทิ้ง แล้วไม่สนใจอีก ฉันหลับไปอย่างมึนงงพร้อมความไม่สบายใจเต็มหัวใจ ในฝัน ฉันถูกเสียงโวยวายและแสงไฟจ้า ปลุกให้ตื่น พอลืมตา ภาพตรงหน้าทำให้ฉันแข็งค้างอยู่กับที่ ฉันกำลังนั่งอยู่บนโซฟา ในมือถือมีดคมกริบเล่มหนึ่ง บนเก้าอี้ตรงข้ามมีหญิงชนบทวัยกลางคนถูกมัดไว้ เธอมองฉันด้วยความหวาดกลัว ด้านข้างตั้งโทรศัพท์เครื่องหนึ่ง กำลังถ่ายทอดสด สมองฉันว่างเปล่า มองไปรอบๆ อย่างสับสน เกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันถึงถือมีด ฉาก เหตุการณ์ ทุกอย่างตรงกับคำอธิษฐานที่ฉันเห็นก่อนนอนแบบไม่ผิดเพี้ยน ในช่องคอมเมนต์ถ่ายทอดสด ผู้ชมระเบิดไปแล้ว 【บ้าไปแล้ว อยู่มานานเพิ่งเคยเห็นไลฟ์ฆ่าคน】 【น่าจะจัดฉากเรียกยอดวิวแหละ ดูปลอมมาก】 【ฉันรู้สึกว่าไม่เหมือนแสดงนะ ยังไงฉันแจ้งตำรวจแล้ว เดี๋ยวตำรวจน่าจะถึง】 【เดี๋ยวนะ ฉันเหมือนเคยเห็นคำอธิษฐานนี้บนกำแพงคร่าชีวิต คนนี้คงไม่ใช่ผู้สร้างแอปใช่ไหม】 ไม่นานก็มีคนขุดข้อมูลตัวตนและชื่อของฉันมาโพสต์ในช่องแชต 【เดาไม่ผิดจริงๆ สองคดีก่อนก็สงสัยว่าเป็นเธอ ที่แท้ฆาตกรตัวจริงจริงๆ】 【ไลฟ์ฆ่าคน ท้าทายกฎหมายแบบนี้ คนแบบนี้โหดเหี้ยมเกินไป】 ตอนนั้นเอง ด้านนอกมีเสียงไซเรนตำรวจดังขึ้น แม่กับเพื่อนสนิทของฉันวิ่งเซเข้ามา พอเห็นภาพนี้ แม่ทรุดคุกเข่าลงกับพื้น ร้องไห้จนแทบขาดใจ “ริน วางมีดลง อย่าทำผิดซ้ำอีกเลย” เพื่อนสนิทตาแดง รีบเกลี้ยกล่อม “ริน เธอยังมีโอกาสมอบตัวนะ ห้ามลงมือฆ่าคนเด็ดขาด” ตอนนี้ตำรวจติดอาวุธเต็มกำลังล้อมเข้ามา ยกปืนเล็งมาที่ฉัน “ผมนับสาม วางมีดลงเดี๋ยวนี้ แล้วปล่อยตัวประกัน ไม่อย่างนั้นเราจะยิง” ฉันยืนนิ่งงัน มองทุกคนอย่างสับสน หรือทั้งหมดเป็นฝีมือฉันจริงๆ ฉันแค่เพื่อเติมเต็มคำอธิษฐานของคนอื่น ถึงต้องลงมือฆ่าคนงั้นเหรอ แต่ตอนนั้น สายตาฉันกวาดไปเห็นของสิ่งหนึ่งโดยบังเอิญ รูม่านตาหดตัวอย่างแรง ชั่ววินาทีนั้น ความจริงทั้งหมด ฉันเข้าใจแล้ว