Đang tải thông tin quảng bá...
เมื่อเธอเห็นความจริง... เธอก็จากไปโดยไม่แยแส
ฉันเอาของขวัญวันพ่อไปให้พ่อ แต่กลับพบว่าพ่อแอบซ่อน “เด็กคนหนึ่ง” ไว้...
Chương (1)
第1章
1
ฉันเอาของขวัญวันพ่อไปให้พ่อ แต่กลับพบว่าพ่อแอบซ่อน “เด็กคนหนึ่ง” ไว้ในห้องทำงาน
ฉันรีบเอาเรื่องนี้ไปบอกแม่
แม่ถามอย่างครึ่งเชื่อครึ่งไม่เชื่อว่า “เด็กคนนั้นอายุเท่าไหร่ลูก”
ฉันคิดอยู่พักหนึ่ง แล้วตอบจริงจัง “น่าจะพอๆ กับพ่อค่ะ”
แม่หัวเราะจนตัวงอ “พ่อจะมีลูกโตขนาดนั้นได้ยังไง”
แต่พ่อเรียกเธอว่า “หนูน้อย” ชัดๆ
พ่อพูดว่า “โอ้โฮ วันนี้หนูน้อยกินข้าวในชามเด็กหมดเลย เก่งมาก”
“อยากกินเค้กร้านไหนครับหนูน้อย เดี๋ยวพ่อทำงานเสร็จแล้วซื้อให้ ดีไหม”
พ่อเรียกฉันว่าหนูน้อยแค่คนเดียว และชามเด็กใบนั้นก็เป็นของฉัน
เพราะฉะนั้น คนคนนั้นต้องเป็นลูกสาวอีกคนของพ่อแน่ๆ
แต่แม่ไม่เชื่อฉัน
วันต่อมา แม่ก็ได้เห็น “เด็ก” ที่พ่อแอบซ่อนไว้ในออฟฟิศ
ผู้หญิงคนนั้นอายุพอๆ กับพ่อแท้ๆ แต่กลับนั่งเล่นของเล่นอยู่บนพื้นเหมือนเด็ก
แม่พาฉันไปบริษัทของพ่อ เพื่อเอาของขวัญวันพ่อที่เมื่อวานยังไม่ได้ให้ไปส่ง
พอประตูห้องทำงานเปิดออก พ่อกำลังกอดผู้หญิงคนหนึ่งที่ร้องไห้โฮอยู่ในอ้อมแขน
เธออายุใกล้เคียงกับพ่อ
แต่เธอนั่งเล่นของเล่นบนพื้นเหมือนฉัน
แม้แต่ท่าทางตอนร้องไห้ ก็เหมือนเด็กๆ ไม่ต่างจากฉันเลย
ฉันเงยหน้ามองแม่ แล้วกระซิบเบาๆ “นี่แหละค่ะ เด็กที่พ่อซ่อนไว้ในห้องทำงาน”
ครั้งนี้แม่ไม่ได้หัวเราะ ไม่ได้บอกว่าฉันพูดเหลวไหลเหมือนครั้งก่อน
ร่างของแม่สั่นน้อยๆ ราวกับกำลังกลัวอะไรบางอย่าง
“คุณบัวกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”
พ่อไม่สนใจแม่เลย จนกระทั่งผู้หญิงในอ้อมแขนหยุดร้องไห้ เขาถึงพูดเสียงเย็นว่า “หนึ่งปีแล้ว”
“เธอรู้ไหมว่าหนึ่งปีนี้บัวต้องเจออะไรมาบ้าง”
“ที่เธอกลายเป็นแบบนี้ เป็นเพราะเธอทั้งนั้น ไม่สิ เพราะฉันด้วย เราทั้งคู่เป็นคนทำร้ายเธอ”
ฉันฟังไม่เข้าใจว่าพ่อพูดอะไร
แต่ฉันเห็นความโกรธในดวงตาของพ่อ
ฉันกลัวจนมือสั่น ค่อยๆ ยื่นของขวัญวันพ่อที่กอดไว้แน่นให้เขา
มันคืออัลบั้มรูปที่ฉันกับแม่ช่วยกันทำ
ข้างในมีรูปครอบครัวสามคนของเรา
“พ่อคะ สุขสันต์วันพ่อค่ะ”
เสียงของฉันเบามาก เหมือนเสียงยุงบิน
พ่อรับไป แต่ก็วางไว้บนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ
เขาหันไปพูดกับแม่ว่า “ปีที่แล้วบัวกลับมาเมืองไทย พอรู้ว่าฉันแต่งงานมีลูกแล้ว เธอก็เหมือนเสียสติ อยากมาหาฉันให้ได้”
“แต่ระหว่างทางเธอเกิดอุบัติเหตุ ตั้งแต่นั้นมาก็เหมือนเด็กแปดขวบ”
“มีบางครั้งเท่านั้นที่เธอจะรู้สึกตัวเหมือนเดิม”
แม่เหมือนถูกคำพูดของพ่อกระแทกใส่เต็มแรง เธอถอยหลังไปหลายก้าว ส่ายหน้าไม่หยุด กำหมัดแน่น
“ตอนนั้นเธอไปต่างประเทศ ทั้งที่เลิกกับคุณแล้วไม่ใช่เหรอ”
“คุณเป็นฝ่ายมาจีบฉันหลังจากเลิกกับเธอ สองปีต่อมาเราถึงแต่งงานกัน”
ปลายนิ้วของแม่ซีดขาว ไม่ต่างจากใบหน้าของเธอ
ปัง!
พ่อชกโต๊ะทำงานเต็มแรง
อัลบั้มรูปของฉันหล่นลงพื้นเบาๆ แต่ไม่มีใครสังเกตเห็น
พ่อกัดฟันพูด “เพราะตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าเธอยังรักฉันอยู่”
“ถ้าฉันรู้ว่าเธอไปเมืองนอกเพราะจำเป็น ถ้าฉันรู้ว่าเธอยังมีใจให้ฉัน ฉันจะไปแต่งงานกับเธอได้ยังไง...”
พ่อหยุดคำพูดไว้กลางคัน
แต่แม่ร้องไห้จนทั้งหน้าเปียกไปหมดแล้ว
ฉันไม่เคยเห็นพ่อหน้าแดงก่ำแบบนี้ และไม่เคยเห็นแม่เสียใจขนาดนี้มาก่อน
ฉันร้องไห้ออกมาทันที
เป็นความผิดของฉันเอง
ถ้าฉันไม่เข้าใจผิด
พ่อกับแม่คงไม่ทะเลาะกันขนาดนี้
ตอนนี้ฉันถึงเข้าใจว่า “เด็ก” ตรงหน้าคนนี้ ที่จริงคือคุณน้าคนหนึ่งที่ป่วย
เพราะแบบนั้นเธอถึงทำตัวไม่รู้เรื่องเหมือนฉัน
แม่กอดฉันไว้ ลูบหลังปลอบฉันเงียบๆ
ผ่านไปนาน พ่อคงรู้ตัวว่าเมื่อกี้ตัวเองพูดแรงเกินไป เขาจึงลดเสียงลง แต่ถ้อยคำยังหนักแน่นเหมือนเดิม
“ฉันทิ้งบัวไม่ได้”
“ชีวิตครึ่งหลังของเธอ ฉันจะรับผิดชอบเอง”
เขายังพูดไม่ทันจบ คุณน้าคนนั้นก็หัวเราะคิกคักขึ้นมา
เธอหัวเราะไป เดินเข้ามาหาพวกเราไป
แล้วเท้าของเธอก็เหยียบลงบนอัลบั้มรูปของฉัน ทิ้งรอยเท้าสีดำไว้บนรูปครอบครัวของเรา
ฉันอยากวิ่งเข้าไปเก็บอัลบั้ม
แต่แม่ที่อยู่ข้างๆ กลับลุกขึ้นก่อน
แม่มองเสื้อผ้าของคุณน้าคนนั้น แล้วเผลอก้มลงดึงเสื้อของตัวเองที่ยับย่น
ฉันเพิ่งสังเกตว่า ถึงคุณน้าตรงหน้าจะป่วย แต่เธอสวมชุดกระโปรงสวยมาก ผมก็หวีเรียบร้อยเหมือนเจ้าหญิงในวัง
เธอยิ้มแล้วพูดว่า “ฉันจำเธอได้ เธอเป็นลูกสาวคนใช้บ้านฉันนี่”
“มายืนโง่อะไรตรงนี้ ไปเล่นขายของกับฉันเร็ว”
แม่ไม่เถียง ไม่พูดอะไร
เธอก้มหน้า แล้วทำตามอย่างว่าง่าย หยิบของเล่นบนพื้นขึ้นมา
พ่อนั่งยองๆ อยู่ข้างๆ ยิ้มแล้วพูดว่า “หนูน้อยเก่งจัง ต่อบ้านหลังเล็กได้ด้วย”
เขามองคุณน้าบัวเล่นขายของ ดวงตาเต็มไปด้วยความรัก
แต่เขาไม่เห็นเลยว่าแม่นั่งเกร็งอยู่ข้างๆ ทั้งอึดอัด ไม่สบายใจ ทำอะไรไม่ถูก และน้ำตาไหลเต็มหน้า
น้าบัวเล่นอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะออกคำสั่งเสียงดัง
“ยัยลูกคนใช้ โง่จริง เอาบล็อกในมือมาวางตรงนี้สิ”
แม่ชะงัก มือค้างอยู่กลางอากาศ
พอน้าบัวเห็นว่าแม่ไม่ขยับ เธอก็กรีดร้องเสียงแหลมเหมือนเด็กเอาแต่ใจ
พ่อถลึงตามองแม่ เป็นสัญญาณให้แม่ยอมทำตาม
แต่แม่ค่อยๆ วางบล็อกไม้ในมือลงบนโต๊ะ
“คุณไม่ได้ยินเหรอว่าเธอเรียกฉันว่าอะไร”
พูดจบ แม่ก็จูงมือฉันจะออกไป
ฉันรู้ว่ายายเคยเป็นแม่บ้าน แม่ตอนเด็กๆ ต้องไปอาศัยอยู่ในบ้านนายจ้าง ต่อให้โดนครอบครัวนั้นรังแก แม่ก็ทำได้แค่กลืนความเจ็บลงท้อง
เมื่อก่อนเวลาแม่เล่าเรื่องนี้ แม่มักยิ้มเสมอ
แต่พ่อฟังทีไรก็ตาแดงทุกครั้ง ฉันยังเคยล้อพ่อว่าเป็นคนขี้แย
แต่ตอนนี้ เหมือนพ่อจะลืมมันไปหมดแล้ว
เสียงตะคอกของพ่อดังไล่หลังฉันมา
“เธอก็เป็นลูกคนใช้อยู่แล้วไม่ใช่หรือไง”
“อีกอย่าง คนที่เคยรังแกเธอคือพ่อแม่ของบัว ไม่ใช่บัว”
“เธอจะไปโกรธบัวทำไม ที่เธอกลายเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอนั่นแหละ”
ฉันฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่หนาวสั่นไปทั้งตัว
แม่ไม่หยุดเดิน
เธอจูงฉันก้าวยาวๆ ออกไปโดยไม่หันกลับ ราวกับแทบจะหิ้วฉันออกจากที่นั่น
พอกลับถึงบ้าน แม่ก็ทำความสะอาดหนักกว่าทุกวัน ถูพื้นจนเงาวับเหมือนกระจก
ขอบตาที่แดงมาตลอดทางค่อยๆ จางลง
พอทำความสะอาดเสร็จ แม่ก็รีบเข้าครัวทำอาหารต่อ
เหมือนถ้าเธอหยุดแม้แต่นิดเดียว น้ำตาจะทะลักออกมาอีกครั้ง
ฉันมองแม่ทำกับข้าวอย่างแข็งทื่อเหมือนหุ่นยนต์
ในอกเปรี้ยวฝาด แต่ฉันไม่กล้าพูดอะไรเลย
แม่ทำอาหารเย็นเต็มโต๊ะ แต่พ่อไม่กลับมา
แม่บอกให้ฉันกินก่อน ส่วนเธอนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น
อาหารเย็นลง เธอก็ลุกไปอุ่น
อุ่นแล้วอุ่นอีก จนน้ำแกงแห้งติดก้นหม้อ พ่อก็ยังไม่กลับบ้าน
จนกระทั่งเช้าวันต่อมา พ่อถึงกลับมาในที่สุด
แม่เอาอาหารบนโต๊ะเมื่อคืนไปอุ่น แล้วพูดว่า “กินข้าวเถอะ”
พ่อขมวดคิ้วเล็กน้อย พูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า “เมื่อคืนบัวงอแงทั้งคืน ฉันขอไปนอนก่อน”
ถ้าเป็นเมื่อก่อน แม่คงรีบไปจัดที่นอนให้พ่อแล้ว
แต่วันนี้ แม่ยืนกรานว่า “กินข้าว”
พ่อคิดว่าแม่งี่เง่า จึงหันหลังจะเดินหนี
เพล้ง!
จานใบหนึ่งแตกกระจายข้างเท้าพ่อ
แม่เป็นคนปามันลงไปจากโต๊ะ
พ่อถอนหายใจ “เมื่อวานฉันแค่อารมณ์ร้อน ถึงพูดอะไรไม่น่าฟัง อย่าเก็บไปคิดเลย”
“เธอก็รู้ว่าบัวเป็นคนป่วย จะไปถือสาอะไรกับเธอนักหนา”
พ่อขอโทษเหมือนทุกครั้ง
เหมือนตอนที่เขาลืมล้างจาน ลืมวันครบรอบ หรือลืมไปงานกิจกรรมพ่อแม่ลูกกับฉัน ทั้งที่รับปากไว้แล้ว
แค่เขาพูดเสียงอ่อน ยอมรับผิด
แม่ก็ให้อภัยเขาเสมอ
ฉันคิดว่าครั้งนี้ก็คงเหมือนกัน
แต่แม่เงียบ ไม่พูดสักคำ
เสียงโทรศัพท์ของพ่อทำลายความอึดอัดนั้นลง
พอรับสาย สีหน้าของพ่อก็เคร่งเครียดขึ้นทันที
หลังวางสาย เขาคว้าเสื้อนอกแล้วรีบวิ่งออกไป
“บัวร้องไห้อาละวาดเพราะฉันไม่อยู่ ฉันต้องไปเดี๋ยวนี้”
เขาทิ้งแม่ที่เสียใจ และทิ้งฉันที่หวาดกลัวไว้ข้างหลัง แล้ววิ่งออกไปโดยไม่หันกลับมา
แม่มองแผ่นหลังของพ่อ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างขมขื่น
บ่ายวันนั้น พ่อกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับพาน้าบัวมาด้วย
“ในเมื่อเธอรู้เรื่องบัวแล้ว งั้นฉันก็พาเธอกลับมาอยู่ที่นี่เลยก็แล้วกัน”
“เธอจะได้ช่วยดูแลเธอด้วย”
“ยังไงเธอก็มีส่วนทำให้เธอกลายเป็นแบบนี้”
ฉันมองพ่อเดินวุ่นไปมา
รู้สึกว่าเขาเหมือนกลายเป็นคนละคน
เดี๋ยวเขาปูที่นอนให้บัว ทำความสะอาดห้องนอนให้บัว
เดี๋ยวเขาก็เข้าครัวทำต้มกระดูกหมูที่บัวชอบ
ฉันเคยคิดว่างานพวกนี้มีแต่แม่เท่านั้นที่ทำเป็น
ส่วนพ่อทำเป็นแค่ทำงาน หาเงิน และเล่นกับฉัน
แต่วันนี้ฉันได้เห็นกับตาว่า ที่จริงพ่อทำได้ทุกอย่าง
แค่พอเป็นแม่ เขากลับทำอะไรไม่เป็นเลย
สิ่งที่ฉันเห็น แม่ก็เห็นเหมือนกัน
แต่แม่ไม่ร้องไห้อีกแล้ว
หลายวันต่อมา พ่อกับแม่เหมือนกลับไปเป็นเหมือนเดิม
เพียงแต่แม่มักนั่งจ้องเอกสารไฟล์หนึ่ง เหมือนกำลังศึกษาอะไรบางอย่าง
จนวันหนึ่ง น้าบัวร้องไห้ไม่หยุด กางเกงของเธอเปียก
ฉันยืนมองอย่างโง่งม ไม่รู้ว่าควรทำยังไง
แต่จู่ๆ เธอก็หยุดร้อง มองของเล่นในมืออย่างเหม่อลอย
จากนั้นเงยหน้ามองฉัน ใบหน้าแดงก่ำ แล้ววิ่งเข้าไปในห้องน้ำ
ฉันรู้ว่าเวลานั้นน้าบัวกลับมารู้สึกตัวแล้ว
พ่อเคยบอกว่าน้าบัวจะมีช่วงที่รู้สึกตัวเป็นครั้งคราว
เธอล็อกตัวเองอยู่ในห้องน้ำด้วยความอับอาย ไม่ยอมออกมา
จนกระทั่งพ่อกลับบ้าน
พอรู้เรื่องทั้งหมด พ่อกระชากแม่ลงมาจากเตียง
เขาตะคอกว่า “บัวฉี่ราดแล้ว เธออยู่บ้านดูแลยังไง”
“ตอนนี้เธอรู้สึกตัวแล้ว พอรู้ว่าตัวเองเป็นแบบนั้น ผู้ใหญ่คนหนึ่งจะทนมองหน้าตัวเอง มองหน้าพวกเราได้ยังไง”
พ่อรีบร้อนตำหนิแม่ รีบร้อนเป็นห่วงบัว
แต่ไม่สังเกตเลยว่าแม่กำลังไข้ขึ้นสูง ตัวร้อนจัดทั้งตัว
เขาตะคอกใส่หน้าแม่ “ฉันรู้ว่าเธอเกลียดพ่อแม่ของบัว แต่เธอจะทำกับบัวแบบนี้ไม่ได้”
พูดจบ เขาก็ไปเคาะประตูห้องน้ำเบาๆ
เสียงของเขาอ่อนโยนมาก “บัว ไม่ใช่ความผิดของเธอนะ”
“เป็นเพราะเขาดูแลไม่ดี เธอออกมาเถอะ ฉันจะให้เขาขอโทษเธอ ดีไหม”
กริ๊ก
น้าบัวเปิดประตูห้องน้ำ
พ่อรีบเข้าไปช่วยเช็ดตัวให้เธออย่างทะนุถนอม แล้วเอากางเกงที่เปลี่ยนออกไปทิ้ง สีหน้าของเขาไม่มีความรังเกียจแม้แต่นิด
แต่ตอนฉันฉี่ราดเมื่อก่อน พ่อไม่อยากแตะด้วยซ้ำ
หลังจากน้าบัวสะอาดเรียบร้อย เธอก็ยังยิ้มไม่ออก
เธอก้มหน้า หลบอยู่หลังพ่อ
“ฉันไม่กล้าสู้หน้าใครแล้ว ทำไมฉันถึงกลายเป็นแบบนี้”
เธอร้องไห้จนดูน่าสงสาร พ่อมีแต่ความปวดใจเต็มหน้า
เขาปลอบเธอไปด้วย หันมาตวาดแม่ไปด้วย “เธอรีบขอโทษบัวเดี๋ยวนี้”
“ถ้าไม่ใช่เพราะเธอสะเพร่า เธอจะเสียใจขนาดนี้เหรอ”
ฉันสะดุ้ง รีบแอบจับมือแม่ไว้
ตัวแม่ร้อนมาก แต่มือกลับเย็นเฉียบ
แม่เงยหน้ามองพ่อ พูดเสียงแผ่ว “ขอโทษ”
แม่ที่เคยแข็งแรงมาก ตอนนี้เบาหวิวเหมือนกระดาษบางๆ แผ่นหนึ่ง
ฉันปวดใจ จึงดึงมือแม่ อยากพาแม่กลับห้องไปพัก
แต่พ่อไม่ยอมจบ
“ขอโทษคำเดียวก็พอแล้วเหรอ”
“บัวเสียศักดิ์ศรีหมดแล้ว”
ริมฝีปากซีดของแม่ขยับช้าๆ เธอถามอย่างเลื่อนลอย “แล้วคุณอยากให้ฉันทำยังไง”
พ่อพูดว่า “ฉันอยากให้เธอเสียศักดิ์ศรีต่อหน้าบัวเหมือนกัน”
ฉันรวบรวมแรงทั้งหมดผลักพ่อ “แม่ป่วยอยู่ พ่อยังจะรังแกแม่อีกเหรอ”
พ่อไม่ขยับแม้แต่นิด เขาก้มมองฉันจากที่สูง
“แม่แกสอนให้พูดแบบนี้ใช่ไหม”
ฉันกำลังจะปฏิเสธ แต่น้าบัวแทรกขึ้นก่อน
“อนันต์ เมื่อกี้ฉันอยู่ในห้องน้ำ แล้วเจออีกเรื่องหนึ่ง”
เธอหยิบแท่งยาวๆ ออกมา บนนั้นมีขีดสีแดงชัดเจนสองขีด
“ฉันท้อง”
แม่เหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางตัว เธอเซถอย เกือบยืนไม่อยู่
แต่พ่อกลับมีท่าทีตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
เขาดีใจจนดึงน้าบัวเข้ามากอด “จริงเหรอ”
“เธอมีลูกของฉันแล้วเหรอ”
ฉันมองท่าทีของพวกเขาที่ต่างกันสุดขั้ว
แยกไม่ออกเลยว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย
ริมฝีปากของแม่สั่น “พวกคุณ... ตั้งแต่เมื่อไหร่”
น้าบัวยิ้ม “ตลอดปีนี้ ฉันรู้สึกตัวตั้งหลายครั้งนะ”
“เวลารู้สึกตัว เราก็คุยเรื่องเก่าๆ กัน แล้วบางทีมันก็ห้ามใจไม่ไหว”
“เรื่องแบบนี้มันก็เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ”
แม่ยืนนิ่งแข็งอยู่กับที่
แต่ฉันเหมือนได้ยินเสียงอะไรบางอย่างแตกละเอียดอยู่ข้างหู
น้าบัวลูบท้องตัวเองเบาๆ “เธอไม่มีสิทธิ์ไม่พอใจหรอก”
“เพราะฉันกับอนันต์ต่างหากที่เป็นคู่เดิม เธอนั่นแหละมาทีหลัง”
เธอเดินเข้ามาลูบหัวฉัน แล้วพูดว่า “อีกไม่นานหนูก็จะมีน้องชายแล้วนะ”
“เป็นลูกของฉันกับพ่อหนู...”
แม่ก้าวเข้ามาไม่กี่ก้าว แล้วผลักน้าบัวออกไปทันที
เธอเดินยังแทบไม่ตรง แต่ก็ยังเอาตัวบังฉันไว้ข้างหลังแน่น
“ฉันไม่อนุญาตให้คุณพูดเรื่องสกปรกแบบนี้กับลูกสาวฉัน”
น้าบัวถูกแม่ผลักจนเซไปหลายก้าว ก่อนหันไปมองพ่อด้วยท่าทางน่าสงสาร
เพียะ!
เสียงนั้นดังจนหูอื้อ
พ่อยกมือตบหน้าแม่
ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังลงต่อหน้าต่อตา
น้ำตาเม็ดใหญ่ไหลลงมา แต่ฉันไม่กล้าส่งเสียง
ฉันร้องไห้ อยากเข้าไปพยุงแม่ แต่กลับเห็นเลือดสีแดงสดซึมออกมาจากใต้ตัวแม่
เพราะแรงตบของพ่อทำให้เอวด้านหลังของแม่ที่เคยบาดเจ็บ กระแทกเข้ากับมุมโต๊ะ
แผลนั้นเป็นแผลเก่าตอนแม่เคยล้มตอนเล่นสเก็ตน้ำแข็งกับพ่อ
ตอนนั้นพอพ่อเห็นว่าแม่ต้องเย็บแผลและผ่าตัด เขาเสียใจจนแทบคลั่ง คุกเข่าหน้าเตียงคนไข้ของแม่แล้วสาบานว่า
“ตั้งแต่นี้ไป ฉันจะไม่ให้เธอเจ็บอีกแม้แต่นิดเดียว”
“ถ้าในอนาคตเธอต้องเจ็บ ขอให้ความเจ็บทั้งหมดมาเกิดกับฉันแทน”
เขาดูแลแม่อย่างดีจริงๆ หลังจากนั้นไม่เคยให้แม่มีบาดแผลทางกายอีก
แต่วันนี้ เขากลับเป็นคนทำร้ายแม่ด้วยมือของตัวเอง
แม่ฝืนความเจ็บ พูดออกมา
“ถ้าคนที่คุณแต่งงานด้วยตั้งแต่แรกคือบัว คุณจะทำกับเธอเหมือนที่ทำกับฉันไหม”
พ่อไม่ตอบ
เขาเอาแต่เป็นห่วงว่าน้าบัวเป็นอะไรหรือเปล่า
แต่แม่เหมือนได้คำตอบแล้ว
เธอฝืนพยุงตัว กระซิบประโยคหนึ่งกับฉัน แล้วหมดสติไป
ฉันร้องเรียกแม่อย่างตื่นตระหนก แต่แม่ไม่ตอบสนองอีก
ฉันพังทลาย วิ่งไปขอความช่วยเหลือจากพ่อ
แต่พ่อคิดว่าแม่แกล้งทำ เขาจูงมือน้าบัวเดินออกไป
สุดท้ายฉันต้องไปขอให้เพื่อนบ้านช่วยพาแม่ไปโรงพยาบาล
ฉันรออยู่ที่บ้าน รอให้แม่หายแล้วกลับมา
แต่พอนึกถึงคำกระซิบของแม่ก่อนหมดสติ
ฉันก็รู้ว่าแม่จะไม่กลับมาอีกแล้ว
และวันดีๆ ของพ่อก็กำลังจะจบลง