Đang tải thông tin quảng bá...
ตัวลูกสาวปลอมที่อยู่ในร่างอัลปาก้า
ในวันครบรอบแต่งงาน ลูกชายวัยสามขวบของฉันให้ของขวัญเป็นอัลปาก้าตัวหน...
Chương (1)
第1章
1
ในวันครบรอบแต่งงาน ลูกชายวัยสามขวบของฉันให้ของขวัญเป็นอัลปาก้าตัวหนึ่ง
ฉันหันหลังกลับ แล้วส่งมันไปคณะละครสัตว์ทันที พร้อมหาคู่อัลปาก้าตัวผู้แข็งแรงให้มันหนึ่งตัว
เพราะฉันได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่
ชาติที่แล้ว อัลปาก้าตัวนี้อ่อนโยนกับทุกคน ยกเว้นฉันคนเดียวที่มันพ่นน้ำลายใส่ทุกวัน
เพื่อไม่ให้ลูกเสียใจ ฉันพยายามเอาใจมันทุกทาง แต่ไม่มีอะไรดีขึ้น
สภาพจิตใจของฉันแย่ลงเรื่อยๆ เริ่มนอนไม่หลับ หูแว่ว กระทั่งทุกคืนยังฝันว่ามันวิ่งไล่พ่นน้ำลายใส่ฉัน
สามีหาว่าฉันใจร้าย ลูกชายก็รังเกียจว่าฉันคิดเล็กคิดน้อย สองพ่อลูกยิ่งสนิทกับอัลปาก้าตัวนั้นมากขึ้น
สุดท้ายฉันทนความทรมานไม่ไหว กินยานอนหลับทั้งขวดเพื่อจบชีวิตตัวเอง
หลังตาย วิญญาณของฉันลอยอยู่บนอากาศ แต่กลับเห็นร่างของตัวเองลุกขึ้นอีกครั้ง
ลูกชายร้องไห้พุ่งเข้าไปกอด “ฉัน”
“แม่ ในที่สุดแม่ก็ไม่ใช่อัลปาก้าแล้ว”
สามีก็ยิ้ม กอดทั้งสองคนไว้ในอ้อมแขน
“ดาว ลำบากเธอแล้วนะ ถ้าไม่ใช่เพราะต้องย้ายวิญญาณไปอยู่ในร่างที่แข็งแรง เธอก็คงไม่ต้องทนอยู่ในร่างอัลปาก้าตั้งสองปี”
ตอนนั้นฉันถึงรู้
ที่แท้อัลปาก้าตัวนั้นคือดาว ลูกสาวปลอมร่างอ่อนแอที่แย่งชีวิตฉันไปกว่ายี่สิบปี
วันครบรอบแต่งงาน
ฉันนั่งอยู่บนโซฟา มองลูกชายวัยสามขวบชื่อปั้นจูงอัลปาก้าสีขาวเข้ามา
ปั้นพูดเสียงใสแบบเด็กๆ
“แม่ครับ นี่ของขวัญของปั้น มันชื่อขนมต้ม”
นนท์ สามีของฉันเดินตามหลังมา ยิ้มอ่อนโยน
“ลูกเลือกอยู่นาน บอกว่าต่อไปเวลาคุณอยู่บ้านคนเดียวจะได้ไม่เหงา”
ฉันมองอัลปาก้าตัวนั้น
มันเอียงหัวมองฉัน สายตาเหมือนกำลังประเมินของชิ้นหนึ่งว่าใช้ได้หรือเปล่า
“ขอบใจนะลูก” ฉันย่อตัวลงลูบหัวปั้น “แม่ชอบมาก”
พูดจบไม่ทันไร
อัลปาก้าก็อ้าปาก
พรวด
น้ำลายสีเหลืองเขียวเลอะเต็มหน้าฉัน เหนียวหนืด ไหลลงมาตามสันจมูก
ฉันแค่หยิบทิชชูเปียกที่เตรียมไว้ขึ้นมา เช็ดหน้าอย่างใจเย็น
เพราะฉันได้เกิดใหม่แล้ว
ชาติที่แล้วมันก็เป็นแบบนี้
เจอหน้าฉันครั้งแรก มันก็พ่นน้ำลายใส่
ฉันคิดว่ามันคงตื่นสถานที่ เลยพยายามเอาใจสารพัดเพื่อไม่ให้ลูกเสียใจ
ป้อนอาหารป้อนน้ำเองทุกวัน พาเดินเล่น ซื้อขนม ซื้อของเล่น แต่งตัวให้สวยสะอาด
ไม่มีประโยชน์
มันยังพ่นใส่ฉันเหมือนเดิม
นนท์ลูบหัวมัน มันจะเอาหน้าถูมือออดอ้อน
ปั้นขี่หลังมัน วิ่งเล่นไปทั่วบ้านได้
แม้แต่แม่บ้านเข้าครัวมา มันก็ยังทักทายอย่างเป็นมิตร
มีแค่ฉัน
เห็นหน้าก็พ่น
พ่นใส่หน้า ใส่ตัว ใส่ชามข้าว
ฉันหลบไม่เคยพ้น
พอฉันเสนอให้ส่งมันไปอยู่ที่อื่น ลูกก็ร้องไห้งอแง
“แม่ต้องทำไม่ดีกับมันแน่ๆ ขนมต้มไม่เคยพ่นใส่ปั้นเลย”
นนท์ก็รำคาญมาก
“คุณจะใจแคบอะไรกับอัลปาก้าตัวเดียว ลูกตั้งใจให้ของขวัญคุณนะ ใจกว้างหน่อยไม่ได้หรือไง”
ฉันทนอยู่สองปีเต็ม
กลางวันหูแว่ว ได้ยินเสียง “พรูด” อยู่ตลอด
กลางคืนก็นอนไม่หลับ แค่หลับตาก็ฝันว่าอัลปาก้าวิ่งไล่พ่นน้ำลายใส่
ฉันไปโรงพยาบาล หมอกลับบอกว่าร่างกายไม่เป็นอะไร เป็นปัญหาทางใจ
สามีกับลูกยิ่งรังเกียจฉัน
แม้แต่กลับบ้านพ่อแม่แท้ๆ พวกเขาก็พาแต่อัลปาก้าตัวนั้นไป ทิ้งฉันไว้ที่บ้าน
สุดท้ายฉันทนไม่ไหว จบชีวิตตัวเองด้วยความสิ้นหวัง
ตอนนั้นเองฉันถึงรู้ว่า ในร่างอัลปาก้ามีวิญญาณของดาวอยู่
ตั้งแต่เด็กดาวป่วยง่าย ร่างกายอ่อนแอ ทั้งบ้านเลี้ยงดูเหมือนของล้ำค่า
ส่วนฉันถูกพากลับเข้าตระกูลมั่งคั่ง ทุกคนกลับรังเกียจว่าฉันบ้านนอก ไร้มารยาท
มีแค่นนท์ที่ไม่รังเกียจฉัน แต่งงานกับฉัน มอบบ้านให้ฉัน
ฉันเคยคิดว่าเขารักฉันจริง
ที่แท้เขาแค่ต้องการร่างกายแข็งแรงของฉัน เพื่อใช้เป็นภาชนะให้ดาว
แม้แต่ลูกชายที่ฉันอุ้มท้องสิบเดือนและรักเหมือนชีวิต ก็เกิดจากแผนของนนท์ที่แอบใช้ไข่ของดาว
พ่อแม่แท้ๆ ของฉันก็รู้เรื่องทั้งหมด
เหตุผลที่พวกเขาคอยกดดันและทำร้ายจิตใจฉัน ก็เพื่อสร้างสถานการณ์ให้ฉันรักนนท์เร็วขึ้น
ทุกครั้งที่อัลปาก้าพ่นน้ำลายใส่ฉัน วิญญาณของดาวก็แทรกเข้ามาในร่างฉันอีกหนึ่งส่วน
ผ่านไปสองปี พวกเขาสมปรารถนา
พอลืมตาอีกครั้ง ฉันกลับมายังวันครบรอบแต่งงานวันนี้
นนท์เห็นสภาพฉันแล้วดูอึดอัด
ปั้นหน้าบึ้ง ปัดมือฉันออก
“แม่ทำให้ขนมต้มตกใจ”
พูดจบเขาก็กอดคออัลปาก้า ปลอบมันอย่างใจเย็น
อัลปาก้าก็ถูหัวเขาอย่างสนิทสนม แถมยังเหลือบมองฉันด้วยสายตาท้าทาย
ฉันยิ้ม
“ในเมื่อมันไม่ชอบแม่ แม่คงเลี้ยงมันไม่ดี งั้นส่งกลับไปดีไหม”
2
ปั้นลนลานขึ้นมาทันที ตะโกนเสียงดัง
“ไม่ได้”
สีหน้าของนนท์ก็เปลี่ยน เขารีบไกล่เกลี่ย
“ขนมต้มเพิ่งเจอคุณครั้งแรก คงยังไม่คุ้น อยู่กันไปอีกสักสองสามวันก็ดีขึ้น”
“นี่เป็นของขวัญที่ปั้นตั้งใจเลือกให้คุณ อย่าทำให้ความตั้งใจของลูกเสียเปล่าเลย”
ฉันกวาดตามองใบหน้าของทั้งสองคน
คนหนึ่งตื่นตระหนกกว่าอีกคน
พวกเขากลัวว่าแผนจะพัง
ฉันพยักหน้า
“แม่ชอบของขวัญชิ้นนี้มาก มันชื่อขนมต้มใช่ไหม แม่จะดูแลมันอย่างดีแน่นอน”
ปั้นถอนหายใจยาว สีหน้าตึงเครียดของนนท์ก็คลายลง
ฉันย่อตัวลง ลูบหัวลูกชาย
“งั้นพ่อกับลูกไปจัดที่อยู่ให้มันก่อนนะ มันชอบพวกเธอ ห้องที่พวกเธอทำให้มันต้องถูกใจแน่”
“ให้แม่อยู่กับขนมต้มตามลำพังสักพัก จะได้สร้างความคุ้นเคยกัน”
ฉันดันสองพ่อลูกเข้าไปในห้องทำงาน แล้วจูงอัลปาก้าออกไปที่สนาม
เดินไปไม่กี่ก้าว มันก็อ้าปากจะพ่นอีก
ฉันเบี่ยงตัวหลบ
น้ำลายตกลงพื้น ส่งเสียงซู่เหมือนมีอะไรเดือด
นี่เป็นน้ำลายอัลปาก้าที่ไหนกัน
ชัดๆ ว่าคือไอแค้นของดาว
นนท์ยืนมองอยู่ตรงประตูอีกสองครั้ง ถึงค่อยวางใจปิดประตู
ในสนามเหลือแค่ฉันกับอัลปาก้า
มันเอียงหัวมองฉัน สายตาเต็มไปด้วยความยั่วยุ
มันอ้าปากจะพ่นอีก
แต่ฉันเตรียมไว้แล้ว
ฉันดึงไม้ยาวออกจากด้านหลัง ปลายไม้ผูกเป็นง่ามรูปตัวยูหุ้มผ้านิ่ม
ฉันกดง่ามนั้นล็อกคอมันลงพื้นอย่างแม่นยำ
มันดิ้นสี่ขา แต่หลุดไม่ได้
ฉันโน้มเข้าไปใกล้ ลดเสียงต่ำ
“ต่อจากนี้คนที่อยู่กับเธอนานที่สุดทุกวันคือฉัน ถ้าทำให้ฉันโมโห เธอจะไม่มีวันสบาย”
“ฉันใช้ไม้นี้จัดการเธอตอนนี้ก็ยังได้ เชื่อไหม”
ความกลัววาบผ่านดวงตาอัลปาก้า สุดท้ายมันฝืนส่งเสียงร้องสุดแรง
สองคนในบ้านได้ยิน รีบวิ่งออกมา
พอเห็นฉันใช้ไม้ยาวกดอัลปาก้าไว้ ทั้งคู่ก็โกรธจัด
นนท์หน้าคล้ำ ตวาดเสียงแข็ง
“มะลิ คุณทำอะไร”
ปั้นพุ่งเข้ามาเหมือนลูกกระสุน ผลักฉันออก
“ผู้หญิงใจร้าย ห้ามรังแกขนมต้ม”
ฉันยืนอยู่ที่เดิม เก็บไม้กลับมา
อัลปาก้าพลิกตัวลุกขึ้นทันที วิ่งไปทางสองพ่อลูกสองสามก้าว แล้วจ้องฉันเขม็ง
ฉันถามอย่างไร้เดียงสา
“ทำไมพวกเธอตกใจกันขนาดนั้น ฉันแค่เล่นกับขนมต้มเอง”
“ลองจับดูสิ ปลายไม้เป็นผ้านิ่มๆ ไม่ทำร้ายมันหรอก”
ทั้งคู่ชะงัก ปากอ้าๆ หุบๆ อยู่ครู่ใหญ่ ไม่รู้จะพูดอะไร
ฉันยิ้ม
“ฉันบอกแล้วไง ว่าจะสร้างความสนิทกับมัน”
นนท์นิ่งไปพักหนึ่ง ถึงตบหลังลูกเบาๆ
“รีบขอโทษแม่ เมื่อกี้ลูกพูดกับแม่แบบนั้นได้ยังไง”
ปั้นขอโทษอย่างไม่เต็มใจ
ฉันหันหลังกลับเข้าห้องนั่งเล่น ซ่อนความเย็นชาในดวงตาไว้
ชาตินี้
ฉันจะให้มันคืนสิ่งที่ติดค้างฉันทีละคำ ทีละหยด
3
คืนนั้นก่อนนอน ปั้นไม่ได้อ้อนให้ฉันเล่านิทานเหมือนทุกวัน
“แม่ครับ ปั้นอยากให้ขนมต้มมานอนด้วย”
พูดจบ เขาก็ปีนขึ้นไปนั่งบนหลังอัลปาก้า แล้วกลับห้องอย่างตื่นเต้น
นนท์มองแผ่นหลังของพวกเขา แววตาอ่อนโยนแบบที่ฉันไม่เคยได้รับ
ฉันมองลูกชายกอดคออัลปาก้าแน่น ในใจเหมือนถูกอะไรแทงเบาๆ
ก็จริง เด็กที่ไม่ใช่ลูกของตัวเอง ต่อให้เลี้ยงยังไงก็ไม่มีทางผูกพันจริงๆ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ปั้นหลับแล้ว อัลปาก้าเดินออกจากห้องอย่างคุ้นเคย
ฉันกำลังจะจูงมันไปห้องทำงาน
แต่มันกระโดดหลบมือฉันอย่างคล่องแคล่ว แล้วหันมาพ่นน้ำลายใส่ตัวฉันอีกครั้ง
นนท์เดินมาข้างอัลปาก้า มองฉัน
“มะลิ ขนมต้มอาจไม่อยากนอนคนเดียวในห้องทำงาน ให้มันนอนกับเราดีไหม”
เขาลูบหัวอัลปาก้าอย่างอ่อนโยน
“มา ขนมต้ม อ้อนแม่หน่อย”
อัลปาก้าเอียงหัว
พรวด
ฉันดึงกระดาษทิชชูสองแผ่น เช็ดน้ำลายบนตัว แล้วหันกลับไปที่ห้องนอน
“ฉันนอนหลับยาก กลัวกลางคืนมันพ่นน้ำลายใส่จนตื่น ให้มันนอนห้องทำงานเถอะ”
สีหน้าของฉันคงแย่มาก
เพราะนนท์ไม่ได้บังคับต่อ เขายอมพาอัลปาก้าไปส่งในห้องทำงาน
“ก็ได้ วันนี้ขนมต้มต้องลำบากหน่อยนะ”
ก่อนปิดประตู อัลปาก้าหันกลับมาจ้องฉัน ดวงตาเต็มไปด้วยความร้ายกาจ
กลางดึก
ฉันหลับๆ ตื่นๆ
รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ พ่นลงบนหน้า
จากนั้นใบหน้าก็เย็นวาบ
ฉันลืมตาขึ้นทันที
อัลปาก้ายืนอยู่ข้างเตียง มองฉันตรงๆ
มันอ้าปาก เตรียมจะพ่นอีกครั้ง
ฉันไม่รู้ว่ามันเข้ามาได้อย่างไร
แต่ฉันเตรียมไว้แล้ว
สิ่งแรกที่ฉันทำหลังย้อนกลับมา คือไปวัดป่าชานเมือง ไปขอเครื่องรางคุ้มครองจากหลวงตาสิงห์
ฉันเอื้อมมือไปกำเครื่องรางใต้หมอนแน่น
ร่างอัลปาก้าแข็งทื่อ
เหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบคอ
มันอยากร้อง แต่ร้องไม่ออก
สี่ขาอ่อนแรง ทรุดลงบนพื้น
แสงในดวงตาหม่นลงเกือบครึ่ง
ฉันหยิบทิชชูเปียกออกมา เช็ดหน้าอย่างใจเย็น
แล้วก้มมองมัน
“สบายไหม”
มันพูดไม่ได้
ทำได้แค่สั่น
เช้าวันต่อมา
สิ่งแรกที่ปั้นทำหลังตื่นคือวิ่งมาดูอัลปาก้า
พอเห็นมันนอนเฉาอยู่บนพื้น ขนหม่น ตาปรือครึ่งหนึ่ง เขาก็ร้องเสียงดัง
“ขนมต้มเป็นอะไร”
นนท์ได้ยินเสียงก็เดินมา อัลปาก้าฝืนเงยหน้าขึ้น มองเขาอย่างน่าสงสาร
เขาขมวดคิ้วแน่น แล้วหันมามองฉันทันที
“เมื่อคืนคุณเห็นมันเข้าห้องนอน แล้วโกรธจนตีมันใช่ไหม”
ปั้นก็มองฉันด้วยความโมโห
“แม่ใจร้าย แม่ทำให้ขนมต้มป่วย”
ฉันย่อตัวลง มองลูกชายอย่างสงบ
“ปั้น เมื่อคืนแม่นอนทั้งคืน ไม่ได้ทำอะไรเลย ขนมต้มอาจยังไม่ชินที่ใหม่”
“แล้วพวกเธอไม่แปลกใจเหรอว่าอัลปาก้าตัวหนึ่งเปิดประตูสองบานจากห้องทำงานเข้าห้องนอนได้ยังไง”
คำพูดของฉันทำให้สีหน้าทั้งสองคนตึงขึ้น
ตอนนั้นเอง อัลปาก้าฝืนเงยหัวขึ้น แล้วพ่นน้ำลายใส่เข่าฉันอีกครั้ง
ปั้นกอดอัลปาก้าร้องไห้
“เห็นไหม มันป่วยขนาดนี้ยังพ่นใส่แม่ แม่ต้องทำร้ายมันแน่ๆ”
นนท์ก็พูดเสียงต่ำ
“มะลิ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คุณใจแคบถึงขั้นเอาชนะกับสัตว์ตัวเล็กๆ”
“ที่มันพ่นใส่คุณคนเดียว เพราะมันรู้สึกว่าคุณเป็นศัตรูกับมันมากกว่า คุณควรทบทวนตัวเองนะ”
ความอบอุ่นเสี้ยวสุดท้ายในใจฉันเย็นสนิท
ชาติที่แล้วก็เป็นแบบนี้
ไม่ว่าจะเป็นอัลปาก้า หรือดาว
ถ้าเกิดความขัดแย้ง คนผิดคือฉันเสมอ
ทั้งที่เธอเป็นลูกสาวปลอมที่ยึดตัวตนของฉันไปกว่ายี่สิบปี
ตอนเธออยู่ในบ้านใหญ่ กินดีอยู่ดี ฉันต้องเก็บของเก่าขายหาเงินเรียน
ตอนเธอถูกทั้งบ้านรัก ฉันเกือบถูกพ่อแม่บุญธรรมขายไปแต่งงานแลกค่าสินสอด
กระทั่งร่างกายของฉันยังถูกใช้ให้มีลูกแทนเธอ
ถึงอย่างนั้น ในสายตาของพวกเขา ดาวยังเป็นผู้ถูกกระทำอยู่ดี
แม้เธอจะซ่อนอยู่ในร่างอัลปาก้า
แม้เธอกำลังแย่งชีวิตฉัน
ฉันเช็ดน้ำลายบนเข่า แล้วหันหลังเดินจากไป
ชาตินี้ ฉันจะไม่ให้โอกาสใครอีก