แพทย์ศัลยกรรมที่ไม่อาจจับมีดผ่าตัดได้อีก

Đang tải thông tin quảng bá...

แพทย์ศัลยกรรมที่ไม่อาจจับมีดผ่าตัดได้อีก

MotoNovel Hoàn thành

ห้าปีผ่านไปในห้องฉุกเฉิน ฉันได้กลับมาพบกับ นที อดีตสามีอีกครั้ง ภรรยา...

Chương (1)

第1章

ห้าปีผ่านไปในห้องฉุกเฉิน ฉันได้กลับมาพบกับ นที อดีตสามีอีกครั้ง ภรรยาของเขาถูกยิงอาการสาหัสปางตาย แต่เขากลับเค้นถามด้วยความโกรธเกรี้ยวว่าทำไมฉันถึงไม่ยอมลงมือผ่าตัดด้วยตัวเอง “เธอยังโกรธแค้นฉันอยู่ใช่ไหม” เมื่อเผชิญกับคำถามของเขา ฉันก้มลงมองมือทั้งสองข้างที่สั่นเทา คำพูดนี้ซ้อนทับกับภาพในวันนั้นเมื่อห้าปีก่อน วันที่เขายื่นหนังสือหย่าให้ฉัน “ลิน ฉันไม่ได้รักเธอแล้ว แม้แต่ความผูกพันเสี้ยวสุดท้ายก็ไม่เหลือ” ฉันพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องตรวจไป เขาไม่มีวันรู้เลยว่า อดีตศัลยแพทย์ผู้ถูกยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะอย่างฉัน ในตอนนี้ แม้แต่มีดผ่าตัดก็ยังไม่มีปัญญาจะถือมันไว้ได้อีกแล้ว 1 ฉันยืนอยู่ตรงมุมห้องผ่าตัด เฝ้ามองศัลยแพทย์เจ้าของไข้เย็บแผลขั้นตอนสุดท้ายอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไป เมื่อผลักประตูบานหนาออกไป สิ่งแรกที่ปะทะสายตาคือร่างของนทีที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ม้านั่งยาวในโถงทางเดิน พอได้ยินเสียงประตู เขารีบเงยหน้าขึ้นมาทันที สายตาคมปลาบคู่นั้นจับจ้องมาที่ฉัน ฉันดึงหน้ากากอนามัยลง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “การผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดีค่ะ คุณไม่ต้องกังวลนะ” พูดจบ ฉันก็เบี่ยงตัวเตรียมจะเดินจากไป “ลิน” เสียงแหบพร่าของเขาดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ลุกขึ้นยืน ฉันชะงักเท้า แต่ไม่ได้หันกลับไปมอง “ที่แม่สอดสถานการณ์วุ่นวายขนาดนี้ ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้” นั่นสิ ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้นะ ดินแดนที่เสียงปืนดังบ่อยเสียยิ่งกว่าเสียงพลุฉลอง และชีวิตผู้คนไร้ค่าไม่ต่างจากต้นหญ้า เมื่อเห็นฉันเงียบไป เขาก็ก้าวเข้ามาหาอีกสองสามก้าว กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่เคยทำให้ใจสั่นลอยมาปะทะจมูก “เธอมาอยู่ที่แม่สอด แล้วพ่อกับแม่รู้เรื่องนี้ไหม” ร่างกายของฉันแข็งทื่อไปชั่วขณะ หันไปมองเขาด้วยความรู้สึกแปลกใจ ความรู้สึกตลกร้ายแล่นริ้วเข้ามาเกาะกุมหัวใจทันที เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อกับแม่ของฉันเสียชีวิตไปแล้ว แต่ช่างเถอะ เรื่องพวกนั้นมันไม่มีความสำคัญอีกต่อไปแล้ว ฉันก้าวถอยหลังไปสองก้าว เพื่อรักษาระยะห่างระหว่างเราสองคน “ที่นี่ก็ดีค่ะ ฉันชอบ การรักษาชีวิตคนไข้มันไม่มีแบ่งแยกพรมแดนอยู่แล้ว” “ฉันคิดว่า ถ้าพ่อกับแม่มองลงมาเห็นชีวิตฉันในตอนนี้ พวกท่านก็คงจะยินดีและภูมิใจในตัวฉันเหมือนกัน” คิ้วเข้มของเขาขมวดมุ่น ดวงตาหรี่ลงจนดูมืดมน ฉันรู้จักสายตาแบบนี้ดี มันเป็นสัญญาณเตือนว่าเขากำลังโกรธ แต่เขาจะโกรธด้วยเรื่องอะไรล่ะ โกรธที่ฉันไม่ยอมทำตัวว่านอนสอนง่าย หรือโกรธที่สถานการณ์ตรงนี้มันหลุดลอยไปจากอำนาจการควบคุมของเขากันแน่ แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไร มันก็ไม่เกี่ยวกับฉันอีกแล้ว ฉันไม่อยาก และไม่คิดจะเอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับเขาอีกแม้แต่ปลายก้อย ก่อนที่เขาจะได้อ้าปากพูดอะไรขึ้นมาอีก ฉันก็รีบก้าวเท้าเดินจากไปทันที เมื่อกลับมาถึงห้องตรวจ เจนก็เดินตามเข้ามาทันที เธอยิ้มล้อเลียนพลางเอ่ยขึ้น “คุณนทีคนนั้น ท่าทางจะสนใจหมอลินของเราเข้าแล้วหรือเปล่าคะ” บรรยากาศในห้องพลันอึดอัดขึ้นมาฉับพลัน เมื่อเห็นว่าเจนกำลังจะอ้าปากแซวต่อ ฉันจึงรีบพูดขัดขึ้น “คุณนทีแค่มาถามอาการของภรรยาเขาเฉยๆ น่ะ” “งั้นเหรอคะ” เจนทำสีหน้าไม่เชื่อ สายตาคู่สวยมองสลับไปมาระหว่างฉันกับประตูห้องตรวจ จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของนทีที่ดังขึ้นด้านนอกก็ช่วยทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดนี้ลง เขารับสายแล้วพูดเสียงเบา ก่อนที่เสียงฝีเท้าจะค่อยๆ ห่างออกไป ฉันลอบถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก หันกลับมาก็เจอเข้ากับแววตารุกรานเปี่ยมไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเจนเข้าพอดี เธอยิ้มร่าพลางนั่งลงตรงข้ามฉัน เอามือเท้าคาง “พี่ลินคะ สารภาพมาซะดีๆ พี่กับเขาเคยมีความสัมพันธ์อะไรกันมาก่อนใช่ไหม” ฉันก้มหน้าลง จัดการแฟ้มประวัติคนไข้บนโต๊ะพลางตอบเรียบๆ “ถ้าเธอมีเวลาว่างมานั่งสืบเรื่องชาวบ้านขนาดนี้ เอาเวลาไปทบทวนเคสโรคหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาดดีกว่าไหม” เมื่อเห็นว่าฉันจงใจเปลี่ยนเรื่อง เธอกลับยิ่งได้ใจ “พี่ลิน ถ้าพี่ไม่ยอมบอก หนูก็จะเดินไปถามเจ้าตัวเขาตรงๆ เลยนะ” เธอโบกโทรศัพท์ไปมา หน้าจอปรากฏข้อมูลของนทีที่เธอกำลังเปิดดูอยู่ “ทายาทผู้ทรงอิทธิพลแห่งตระกูลวรโชติเมธีในกรุงเทพฯ เบื้องหน้าเป็นนักธุรกิจผู้เด็ดขาดเฉียบคม แต่เบื้องหลังกลับคลั่งไคล้กีฬาผาดโผนทุกชนิด โห ช่างเป็นผู้ชายที่ดูขัดแย้งแต่ก็น่าดึงดูดใจชะมัด” “แต่แปลกจัง ในเน็ตไม่มีข่าวคราวเกี่ยวกับภรรยาของเขาเลยสักนิด ปิดข่าวได้เงียบกริบจริงๆ” มือที่กำลังเปิดแฟ้มประวัติคนไข้ของฉันสั่นเทาขึ้นมาเล็กน้อย ปกป้องเธอไว้ดีเหลือเกินนะ นที เพื่อโรสแล้ว คุณถึงกับยอมทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างขนาดนี้เลยสินะ ฉันได้แต่ยิ้มหยันให้กับตัวเองในใจ และเพราะรู้ดีว่านิสัยอย่างเจนคงกล้าทำเรื่องแบบนั้นจริงๆ หลังจากเงียบไปครู่ใหญ่ ฉันจึงตัดสินใจเอ่ยปากบอกความจริงออกไป “เขาคืออดีตสามีของพี่เอง” “หา?!” ฉันไม่ได้สนใจท่าทางตกใจของเธออีก หันกลับไปจดจ่ออยู่กับข้อมูลคนไข้ตรงหน้าต่อ 2 ยังจำครั้งแรกที่ได้เจอนทีได้ดี ตอนนั้นเขาในฐานะศิษย์เก่าดีเด่นกลับมาพูดสร้างแรงบันดาลใจที่มหาวิทยาลัย เขาบนเวทีช่างเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและเจิดจรัส ราวกับว่าแสงไฟสปอตไลต์ทุกดวงเกิดมาเพื่อส่องสว่างให้เขาเพียงผู้เดียว ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ฉันก็ตกหลุมรักเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แต่เขาช่างอยู่สูงเกินเอื้อมเกินไป ฉันจึงทำได้เพียงเฝ้ามองเขาอยู่ห่างๆ อย่างเงียบๆ เท่านั้น ต่อมา เมื่อได้ยินว่าตระกูลของเขากำลังมองหาคู่ครองที่คู่ควรเพื่อแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ทางธุรกิจ ฉันก็เสียใจอยู่เป็นเวลานาน เพราะรู้ดีว่าตัวเองไม่มีอะไรคู่ควรกับเขาเลย ทว่าในตอนที่พ่อเดินมาบอกว่า นทีเลือกฉัน ฉันเก็บตัวอยู่ในห้อง กรีดร้องด้วยความตื่นเต้นดีใจอยู่คนเดียวทั้งวันทั้งคืน คิดว่าตัวเองคือผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก ชีวิตหลังแต่งงานในช่วงแรกนั้นมีความสุขมากจริงๆ เขาจำวันครบรอบได้ทุกวัน และมักจะเตรียมของขวัญชิ้นพิเศษไว้ให้เสมอ แค่ฉันเคยเปรยๆ ว่าชอบอะไร วันต่อมาเขาก็จะนำสิ่งนั้นกลับมาบ้านด้วย ฉันเคยเป็น คุณนายวรโชติเมธี ที่ผู้คนในกรุงเทพฯ ต่างพากันอิจฉา มีสามีที่แสนดีคอยรักใคร่ และมีหน้าที่การงานที่น่าภาคภูมิใจ ฉันยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มสมเพชตัวเอง แต่แล้วการปรากฏตัวของโรส ก็ได้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างลงจนหมดสิ้น เธอเป็นผู้หญิงที่รักอิสระ ใช้ชีวิตอย่างโลดโผน คลั่งไคล้กีฬาผาดโผนทุกรูปแบบ และเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนใจ นที ผู้ชายที่ฉันเคยคิดมาตลอดว่าเป็นเหมือนบ้านหลังใหญ่ที่อบอุ่นและมั่นคง กลับถูกไฟในตัวเธอแผดเผาจนมอดไหม้อย่างไม่มีข้อยกเว้น ครั้งแรก เขาเลือกที่จะทิ้งงานเลี้ยงวันเกิดของฉัน เพื่อไปปีนเขากับเธอ ครั้งที่สอง เพื่อไปถ่ายภาพพายุฝนฟ้าคะนองกับเธอ เขาลืมวันครบรอบแต่งงานของเราจนสนิท ครั้งแล้ว ครั้งเล่า จนกระทั่งถึงครั้งที่เก้า เจนที่นั่งฟังอยู่ถึงกับโกรธจนหน้าแดงก่ำ กัดฟันกรอดพึมพำด่า “สารเลว สารเลวไม่มีที่ติจริงๆ” ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเล่าต่อ ตอนนั้นฉันไปพบโรส และยื่นเช็คเงินสดใบหนึ่งให้เธอ “คุณโรสคะ ฉันเป็นภรรยาของนที นี่คือเงินห้าล้านบาท หวังว่าคุณจะยอมเดินออกไปจากชีวิตของเขา” ตอนนั้นเธอยิ้มและรับเงินไปอย่างว่าง่าย ทว่าในคืนเดียวกันนั้น นทีกลับโยนเช็คใบนั้นใส่หน้าฉันอย่างแรง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชังและดุดันแบบที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน “นลิน อย่าเอาความพึ่งคิดโสมมกับเศษเงินสกปรกของเธอมาทำให้โรสต้องแปดเปื้อน” “ตราบใดที่เธอยังทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัว เธอก็จะยังคงเป็นคุณนายที่ใครๆ ก็ต้องอิจฉาต่อไป” เจนโกรธจนเสียงสั่น “ใครๆ ก็ต้องอิจฉาเหรอ เขาตาบอดหรือเปล่าเนี่ย!” ขนาดเจนยังดูออกเลยว่าเขาตาบอด แต่ตัวฉันในตอนนั้นกลับมองไม่เห็นความจริงข้อนี้เลย ฉันหลับตาลงช้าๆ หลังจากวันนั้น เขาก็ไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป เขาพาโรสออกงานสังคมต่างๆ อย่างเปิดเผย ยิ่งไปกว่านั้น เขายังร่วมทำกิจกรรมผาดโผนทุกอย่างที่เขาเคยตราหน้าว่าโง่เขลาและอันตรายร่วมกับเธอ ไม่ว่าจะเป็นการกระโดดร่ม ร่อนร่มบิน หรือแม้แต่การดำน้ำลึกในมหาสมุทร จนกระทั่งมีครั้งหนึ่งที่พวกเขาแข่งรถกันแล้วเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างรุนแรง ตอนที่โรสถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาล มดลูกของเธอฉีกขาด ช่องท้องตกเลือดอย่างหนัก และลมหายใจรวยรินปางตาย และในวันนั้น ฉันเป็นแพทย์เวรที่ต้องรับผิดชอบเคสนี้พอดี เจนถึงกับกลั้นหายใจด้วยความลุ้นระทึก ฉันเกลียดเธอ แต่จรรยาบรรณและหน้าที่ของแพทย์ไม่ยอมให้ฉันนำความรู้สึกส่วนตัวมาปะปนกับการรักษา ฉันพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่เพื่อรักษาชีวิตของเธอไว้ ทางเลือกเดียวที่มีในตอนนั้นคือต้องตัดมดลูกทิ้ง น้ำเสียงของฉันเริ่มสั่นเครือโดยที่ตัวเองก็ไม่ทันรู้ตัว แต่เมื่อเธอฟื้นขึ้นมา พวกเขากลับโยนความผิดทั้งหมดมาที่ฉัน โรสชี้หน้าด่าฉันอย่างบ้าคลั่ง “นลิน ทำไมเธอถึงใจดำอำมหิตขนาดนี้! เธอจงใจทำใช่ไหม เธอตั้งใจทำลายโอกาสในการเป็นแม่คนของฉัน!” ฉันพยายามควบคุมอารมณ์ให้ราบเรียบที่สุด อธิบายกับเธอว่าฉันไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเธอ สถานการณ์ตอนนั้นวิกฤตมาก หากไม่ทำเช่นนั้นเธอไม่มีทางรอดชีวิต แต่เธอไม่ฟังเลยแม้แต่น้อย คว้าโทรศัพท์มือถือปาใส่หน้าฉันอย่างแรง ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาที่หน้าผาก เลือดอุ่นๆ ไหลทะลักลงมาบดบังทัศนียภาพจนพร่ามัว ด้วยความโมโหในตอนนั้น ฉันจึงเลือกที่จะเดินออกจากห้องพักฟื้นไปทันที ทว่าสุดท้าย สิ่งที่ฉันได้รับกลับมา ไม่ใช่คำขอบคุณ หรือการสืบหาความจริงที่ยุติธรรม แต่กลับเป็นคำสั่งพักงานเพื่อรอการสอบสวนจากทางโรงพยาบาล และในท้ายที่สุด ฉันก็ถูกไล่ออก ที่น่าตลกไปกว่านั้นก็คือ ในวันถัดมาหลังจากที่โรสออกจากโรงพยาบาล นทีก็ส่งหนังสือหย่ามาให้ฉัน ฉันเคยร้องไห้ อ้อนวอน และเหนี่ยวรั้งเขาไว้อย่างบ้าคลั่ง ฉันคิดว่าระหว่างเราสองคนอย่างน้อยก็ยังคงหลงเหลือความผูกพันในอดีตอยู่บ้าง คิดว่าจะสามารถเรียกสามีแสนดีคนเดิมกลับคืนมาได้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงข้อความสั้นๆ บนหนังสือหย่าใบนั้น เขาพูดว่า “ลิน ฉันไม่ได้รักเธอแล้ว แม้แต่ความผูกพันเสี้ยวสุดท้ายก็ไม่เหลือ เซ็นชื่อซะเถอะ” ฉันมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาของเจน พลางยื่นกระดาษทิชชูส่งไปให้เธอ 3 เมื่อเห็นเจนร้องไห้จนตาแดงก่ำ ตัวฉันกลับรู้สึกสงบลงอย่างประหลาด ฉันเอื้อมมือไปตบหลังมือเธอเบาๆ “หลังจากนั้นพี่ก็ยอมเซ็นใบหย่า แล้วย้ายมาที่นี่เลยเหรอคะ” เธอถามปนสะอื้น “เปล่าหรอก” ฉันส่ายหัวช้าๆ จำได้ว่าตอนที่เห็นหนังสือหย่าใบนั้น ฉันสติหลุดไปโดยสิ้นเชิง ฉันกระชากกระดาษแผ่นนั้นมาฉีกเป็นชิ้นๆ ต่อหน้าต่อน่านที “ฉันไม่มีวันหย่า นที นอกจากว่าฉันจะตายไป!” ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา นทีก็ไม่เคยเหยียบย่างกลับมาที่บ้านของเราอีกเลย และเมื่อเขาเริ่มใช้อิทธิพลและอำนาจทางการค้าบีบบังคับให้ตระกูลของฉันล้มละลายเพื่อบีบให้ฉันเซ็นใบหย่า ฉันก็ได้ทำเรื่องที่โง่เขลาที่สุดในชีวิตลงไป ฉันจ้างคนให้ปล่อยภาพถ่ายสนิทสนมของเขากับโรสลงบนอินเทอร์เน็ต เพียงชั่วข้ามคืน โรสกลายเป็นเมียน้อยที่สังคมประณามและรุมสาปแช่งจากทุกสารทิศ ทว่า สิ่งนั้นกลับเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่แท้จริงของฉัน ไม่ถึงครึ่งวัน บนโลกออนไลน์ก็เต็มไปด้วยภาพหลุดและคลิปวิดีโออนาจารที่ถูกตัดต่อด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์โดยใช้ใบหน้าของฉัน ไม่ว่าฉันจะพยายามอธิบายหรือแก้ตัวอย่างไร ก็ไม่มีใครยอมเชื่อคำพูดของฉันเลยสักคนเดียว ฉันเดินเข้าไปที่ตึกสำนักงานใหญ่ของตระกูลวรโชติเมธีด้วยความโกรธแค้น ตลอดทางเดิน พนักงานทุกคนต่างพากันชี้หน้าและมองฉันด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม เลขาของนทีพยายามจะเข้ามาขวาง “คุณผู้หญิงครับ ท่านประธานกำลังประชุมอยู่ หากมีธุระอะไรด่วนบอกผม...” “หลีกไป!” ฉันผลักประตูห้องทำงานของนทีออกอย่างแรง ภาพที่เห็นคือ นทีกับโรสกำลังกอดจูบกันอย่างดูดดื่ม บรรยากาศอันน่าสะอิดสะเอียนนั้นทำให้ฉันรู้สึกคลื่นไส้ ฉันพุ่งเข้าไปตบหน้าโรสอย่างแรงสุดแรงเกิด แต่วินาทีต่อมา นทีกลับฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของฉันจนร่างทั้งร่างล้มลงไปกองกับพื้น ซีกหน้าชาหนึบจนไร้ความรู้สึก สายตาของเขาเย็นเยียบปานน้ำแข็ง “นลิน ที่ผ่านมาฉันให้ท้ายเธอมากเกินไปใช่ไหม ดูท่าตระกูลของเธอคงไม่มีความจำเป็นต้องอยู่รอดอีกต่อไปแล้วสินะ” ฉันเอามือกุมแก้ม ดวงตาแดงก่ำจ้องมองไปยังใบหน้าอวดดีของโรสด้วยความเคียดแค้น ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของฉันก็ดังขึ้น เป็นสายจากพ่อนั่นเอง น้ำเสียงของท่านเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า พ่อบอกว่าแม่ทนรับกระแสสังคมและคำด่าทอหยาบคายบนอินเทอร์เน็ตไม่ไหว จนอาการโรคหัวใจกำเริบและต้องเข้าห้องไอซียู ในที่สุด ตระกูลของฉันก็ล้มละลายลงจริงๆ พ่อแม่ต้องยอมขายทรัพย์สินทุกชิ้นที่มีเพื่อนำมาชดใช้หนี้สินจนหมดสิ้น พวกท่านดูแก่ชราลงไปนับสิบปีภายในเวลาไม่กี่วัน ในวันที่พวกท่านต้องย้ายออกจากกรุงเทพฯ พ่อที่หลังค่อมลงไปมากเอื้อมมือมากุมมือฉันไว้แน่น น้ำเสียงแหบพร่าและสั่นเครือ “ลิน... ปล่อยมือเถอะลูก นทีไม่ใช่คู่แท้ของลูกหรอก พ่อกับแม่จะรออยู่ที่บ้านเกิดนะลูกนะ” เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลของพ่อแม่ ขอบตาของฉันก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที และในวินาทีนั้นเองที่ฉันได้สติขึ้นมาเป็นครั้งแรก ฉันทำผิดไปแล้ว ความดึงดันและบ้าคลั่งของฉัน ไม่เพียงแต่ทำลายชีวิตของตัวเองเท่านั้น แต่ยังลากเอาครอบครัวที่รักฉันที่สุดลงเหวไปด้วย “ค่ะพ่อ หนูเข้าใจแล้ว รอหนูจัดการเอกสารทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว หนูจะกลับไปอยู่กับพ่อแม่ที่บ้านเกิดนะคะ” ฉันให้คำมั่นสัญญาทั้งน้ำตา มองส่งพวกท่านเดินจากไปจนสุดสายตา ก่อนจะเดินกลับบ้าน ฉันเริ่มเก็บข้าวของเครื่องใช้ทีละชิ้น และเฝ้ารอนทีกลับมาเพื่อเซ็นใบหย่าให้มันจบสิ้นไป ทว่าในระหว่างที่กำลังจัดของอยู่นั้น จู่ๆ โลกทั้งใบก็มืดดับลง และฉันก็หมดสติไป เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ฉันก็นอนอยู่บนเตียงคนไข้ในโรงพยาบาลแล้ว แพทย์บอกว่าฉันตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้ว เด็กที่เข้ามาในเวลาที่ไม่คาดคิดคนนี้ ทำให้เรื่องการหย่าร้างต้องหยุดชะงักลง ฉันต้องการหย่าขาดและเลี้ยงดูลูกคนนี้ด้วยตัวเองเพียงลำพัง แต่สำหรับตระกูลวรโชติเมธีแล้ว พวกเขาไม่มีวันยอมปล่อยให้สายเลือดของตระกูลไปเติบโตนอกบ้านเด็ดขาด เพราะมีเด็กคนนี้อยู่ ฉันกับนทีจึงรักษาระยะห่างและสถานการณ์ที่สงบศึกกันชั่วคราว จนกระทั่งฉันถูกลักพาตัวไป ในโกดังร้างอันทรุดโทรม โรสยืนมองลงมาที่ฉันด้วยสายตาผู้ชนะ “นลิน เธอคิดว่านทีจะเลือกช่วยเธอหรือเลือกฉัน” ฉันหลับตาลง ไม่อยากมองใบหน้าของเธออีกต่อไป เมื่อนทีรีบรุดมาถึง ฉันถึงยอมลืมตาขึ้น ในดวงตาของฉันเต็มไปด้วยความเว้าวอน “นที ช่วยลินกับลูกด้วย การลักพาตัวครั้งนี้ โรสเป็นคนวางแผนทั้งหมด!” คำพูดของฉัน นอกจากจะไม่ได้รับความเชื่อใจจากเขาแล้ว มันกลับยิ่งทำให้เขาแสดงสีหน้ารังเกียจออกมามากขึ้นไปอีก เขามองฉันราวกับมองคนบ้าที่ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อเหนี่ยวรั้งเขาไว้ เขาเลือกเดินไปหาโรสโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทิ้งฉันที่กำลังโ้มทท้องแก่ใกล้คลอดไว้เบื้องหลังเพียงลำพัง คนพวกนั้น ภายใต้คำสั่งและสายตาของโรส พวกมันลงมือทุบตีทำร้ายร่างกายฉันอย่างไร้ความปราณี จนกระทั่งฉันต้องสูญเสียลูกในท้องไปอย่างทารุณ พวกมันทิ้งร่างอันสะบักสะบอมของฉันไว้ในโกดังร้าง ปล่อยให้ฉันเผชิญชะตากรรมตามยถากรรม แต่เมื่อนึกถึงพ่อแม่ที่ยังคงเฝ้ารอฉันอยู่ที่บ้านเกิด ฉันจะตายไม่ได้เด็ดขาด ฉันพยุงร่างที่ไร้เรี่ยวแรง ค่อยๆ คลานออกจากโกดังทีละคืบ ฉันคลานอยู่หนึ่งวันกับหนึ่งคืนเต็มๆ จนกระทั่งหมดสติไปโดยสมบูรณ์ เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในโรงพยาบาล ลูก... ไม่อยู่แล้ว และหัวใจของฉันในวันนั้น ก็ได้ตายจากไปพร้อมกับลูกที่ไม่มีโอกาสลืมตาดูโลกคนนั้นแล้วเช่นกัน