เขาซื้อสร้อยจริงให้เธอ ส่วนฉันได้ของปลอม

Đang tải thông tin quảng bá...

เขาซื้อสร้อยจริงให้เธอ ส่วนฉันได้ของปลอม

MotoNovel Hoàn thành

วันครบรอบที่คบกัน แฟนหนุ่มของฉันให้สร้อยข้อมือแวนคลิฟแอนด์อาร์เปลส์ ...

Chương (1)

第1章

1 วันครบรอบที่คบกัน แฟนหนุ่มของฉันให้สร้อยข้อมือแวนคลิฟแอนด์อาร์เปลส์ (Van Cleef & Arpels) ลวดลายเลเซอร์แพลตตินัมเป็นของขวัญ เพื่อนสนิทที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องประดับบอกทันที “ดูปุ๊บก็รู้ว่าของปลอม” ด้วยความสงสัย ฉันจึงขอภาพหน้าจอคำสั่งซื้อจากแฟนหนุ่ม [ร้านค้าหลัก Van Cleef & Arpels] ยอดใช้จ่าย 253,000 บาท แต่พอฉันเอาภาพหน้าจอคำสั่งซื้อไปให้เพื่อน ๆ ในงานปาร์ตี้ พวกเขาก็สังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติทันที “สร้อยข้อมือปลอม แต่คำสั่งซื้อเป็นของจริง มันแปลกมากนะ” “แก ๆ ดูสิ บนหน้าจอคำสั่งซื้อเหมือนจะมีข้อความโฆษณาต่อท้ายด้วยนะ” เพื่อนคนหนึ่งชี้ไปที่โฆษณาบนภาพโดยตรง “เขาต้องซื้อสร้อยข้อมือของจริงเส้นหนึ่ง และของปลอมอีกเส้นหนึ่งแน่ ๆ เลย” ถ้าสร้อยข้อมือปลอมถูกส่งมาให้ฉัน แล้วสร้อยข้อมือของจริงไปอยู่กับใครกันนะ… …… งานปาร์ตี้เพื่อนสนิทครั้งนี้ทำให้ฉันอารมณ์ดิ่งลงเหว ก่อนหน้านี้สองวันฉันยังโพสต์รูปอวดความรักในเฟซบุ๊ก ถ่ายสร้อยข้อมือแวนคลิฟแอนด์อาร์เปลส์ที่ ลุงพล ให้ฉันมาทุกซอกทุกมุม แต่วันนี้กลับถูกบอกว่าสร้อยข้อมือเป็นของปลอม แถมเขายังซื้อของจริงไปให้คนอื่นอีก “หลิน ถ้าเขาอยากให้ของขวัญแพงขนาดนั้นจริง ๆ ทำไมไม่พาเธอไปเลือกที่ร้านล่ะ” “ผู้ชายตรง ๆ ที่จะซื้อของขวัญ ส่วนใหญ่ก็คงเลือกสินค้ายอดนิยมของแบรนด์แหละ แต่ลุงพลกลับเลือกซีรีส์แพลตตินัมเลเซอร์นี่ แสดงว่าเขามีรสนิยมเฉพาะตัว หรือมีคนคอยชี้แนะอยู่เบื้องหลัง” แยม เพื่อนสนิทดึงมือฉันแล้วเตือน “เรื่องเร่งด่วนที่สุดตอนนี้คือต้องหาสร้อยข้อมือของจริงว่าไปอยู่ไหน” คำพูดของเพื่อนทำให้ฉันรู้สึกกังวลใจอย่างมาก ฉันจึงหยิบภาพหน้าจอคำสั่งซื้อที่ลุงพลส่งให้ฉันเมื่อเช้านี้ออกมาดู และเห็นสินค้าชิ้นหนึ่งที่ระบบแนะนำอยู่ใต้คำสั่งซื้อ ชื่อสินค้าเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า: “สร้อยข้อมือแวนคลิฟแอนด์อาร์เปลส์เลียนแบบ ระดับที่เมีย/แฟนดูไม่ออก” ถ้าไม่ได้ค้นหาเอง ระบบจะรู้ข้อมูลขนาดนี้ได้ยังไง แล้วจะแนะนำสินค้าชิ้นนี้ไปยังโทรศัพท์ของลุงพลได้อย่างแม่นยำขนาดนี้เลยเหรอ? ท่ามกลางความสงสัยมากมาย ฉันตัดสินใจที่จะดูคำสั่งซื้อในโทรศัพท์ของลุงพลด้วยตาตัวเอง “น่าน? วันนี้กลับมาเร็วผิดปกติเลยนะ” ลุงพลนั่งอยู่บนโซฟา กางแขนออกมารับฉัน “วันนี้ออกไปซื้ออะไรมาหรือเปล่า เดี๋ยวฉันจ่ายให้” ลุงพลมองฉันด้วยใบหน้าอ่อนโยนราวกับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ตอนนี้มีใบเสร็จกั้นอยู่ระหว่างเรา ก่อนที่จะสืบให้ชัดเจน ฉันไม่สามารถทำตัวเหมือนเดิมกับเขาได้ “พี่พลคะ” เขาตอบรับ ฉันจึงพูดต่อทันที “วันนี้ฝ้ายบอกว่ามีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของร้านหนึ่งดีมากเลย ใช้บัญชีของพี่สั่งให้หน่อยได้ไหมคะ” เหมือนเคย ลุงพลตอบรับทันทีโดยไม่ลังเล แล้วยื่นโทรศัพท์ให้ฉัน “เลือกเองเลยนะ ถือเป็นของขวัญวันหยุดสุดสัปดาห์จากฉัน” ลุงพลลุกจากโซฟา “เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำร้อนนะ ซื้อของเสร็จแล้วก็วางโทรศัพท์ไว้ข้างหัวเตียงได้เลย” ฉันยิ้มพยักหน้าให้เขา แล้วใช้รหัสผ่านวันเกิดของฉันปลดล็อกโทรศัพท์เครื่องนั้นอย่างคุ้นเคย ฉันคงคิดมากไปเองสินะ ลุงพลเป็น “ผู้ชายแสนดีที่หายากยิ่ง” ไม่เคยระแวงฉันเลย โทรศัพท์ให้ฉันเช็คได้ตลอด รายงานความเคลื่อนไหวตลอด ไม่เคยกลับบ้านดึกดื่น เรื่องสร้อยข้อมือต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดแน่ ๆ แต่ความคิดนี้ก็พังทลายลงอย่างรวดเร็ว ฉันไม่ได้เข้าไปดูคำสั่งซื้อในแอปพลิเคชันช้อปปิ้ง แต่ตรงไปที่เว็บไซต์ติดตามพัสดุ ทันทีที่ล็อกอินเข้าบัญชีของลุงพล ข้อความที่ยังไม่ได้อ่านหลายรายการก็เด้งขึ้นมา [สินค้าที่คุณซื้อให้ผู้อื่นกำลังอยู่ระหว่างการจัดส่ง] พอกดเข้าไป ก็มีแต่คำสั่งซื้อแบบนี้เต็มหน้าจอ ตั้งแต่ขนม เครื่องดื่ม ของตกแต่งบ้าน ไปจนถึงเครื่องประดับ… โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุดชั้นในเซ็กซี่ที่ซื้อไปเมื่อสองวันก่อน ก็ให้คำตอบกับฉันอย่างชัดเจนแล้ว ลุงพลมีคนอื่น 2 ฉันใช้โทรศัพท์ของตัวเองค้นหาวิธีจับกิ๊กบนอินเทอร์เน็ต ชาวเน็ตให้ไอเดียมาหลายร้อยวิธี ฉันจึงเช็คแอปเรียกแท็กซี่ คำสั่งซื้ออาหารเดลิเวอรี่ และประวัติการดาวน์โหลดแอปของลุงพล ทุกอย่างถูกลุงพลลบออกไปอย่างหมดจด จนกระทั่งฉันเปิดแอปไลน์ของลุงพล และทำตามคำแนะนำของชาวเน็ต ไปที่มุมขวาบนเพื่อหาแชทที่ซ่อนอยู่ ชื่อเล่นว่า “[ลูกเป็ด]” รูปโปรไฟล์เป็นตัวการ์ตูนถือดอกไม้ ข้อความสุดท้ายที่ลุงพลส่งคือ: [ที่รักคะ ฉันเอาโทรศัพท์ให้เธอไปซื้อของนะ เดี๋ยวค่อยส่งข้อความหาใหม่] และอีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยสติกเกอร์หน้าเบื่อหน่าย [เอาแต่ซื้อ ๆ ๆ เธอหลินนี่ไม่เห็นค่าเงินของเธอบ้างเลย ไม่รู้เลยว่าเธอหาเงินมาเหนื่อยแค่ไหน] จากนั้นก็มีประโยค [สามีจุ๊บ ๆ เดี๋ยวเจอกันนะ] มองข้อความบนหน้าจอ มือของฉันสั่นโดยไม่รู้ตัว เลื่อนขึ้นไปอีก ก็พบว่าพวกเขาส่งข้อความคุยกันเป็นร้อยข้อความต่อวัน แม้กระทั่งตอนที่ดูหนังกับฉันสองคน ลุงพลก็ยังต้องแชร์ความรู้สึกหลังดูหนังกับเธอ ลุงพลมักจะทำตัวสุภาพกับฉัน แต่กับเธอ เขากลับเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง เขาจะบ่นลูกค้าโง่ ๆ ที่นี่ แชร์ความสุขที่ได้ขึ้นเงินเดือนที่นี่ แม้กระทั่งชุดนอนแบบไหน เขาก็ต้องถามความคิดเห็นของเธอ [นมหลินก็ไม่ได้ใหญ่เท่าฉัน ชุดนอนคอวีนี้ให้ฉันเถอะนะ เธอซื้อชุดนอนคอกลมสีคล้าย ๆ กันให้เธอก็พอแล้ว] [ยังไงเธอก็โง่ ไม่รู้หรอกว่าทำไมถึงไม่มีชุดนอนผู้หญิง] สามวันต่อมา ลุงพลก็เอาชุดนอนที่อีกฝ่ายเลือกมาให้ฉัน เขาบอกว่า “ชุดนอนผู้หญิงหมด ฉันเลยเลือกชุดที่คล้ายกันมาให้เป็นชุดคู่ของเรา” ตอนนั้นฉันไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ตอนนี้เมื่อเห็นบันทึกการสนทนานั้น ฉันก็กำหมัดแน่นทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นข้อความที่ลุงพลตอบกลับมา ก็ยิ่งรู้สึกคลื่นไส้ในกระเพาะอาหาร [นมเธอใหญ่ นั่นก็เพราะฉันไม่ใช่เหรอ] และข้อความรวมถึงรูปภาพที่โจ่งแจ้งอีกมากมาย ลุงพลต่อหน้าฉันพูดซ้ำซากถึง “รักเดียวใจเดียวชั่วชีวิต” แต่ลับหลังกลับแอบไปมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่น เพื่อไม่ให้ฉันจับได้ เขาช่างทุ่มเทความพยายามจริง ๆ เมื่อได้ยินเสียงน้ำในห้องน้ำค่อย ๆ หยุดลง ฉันก็ไม่ดูต่อแล้ว แต่เปิดไปที่มุมขวาบนของหน้าต่างแชทเพื่อดูเวลา พวกเขาเริ่มแชทกันครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมปีที่แล้ว เนื้อหาการสนทนายังสุภาพเรียบร้อยดี ลุงพลถามเธอ: [มีดอกกุหลาบสีชมพูไหม แฟนฉันชอบ] ก่อนจะปิดโทรศัพท์ ฉันก็ซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวราคาพันบาทสองชุด แล้วโยนโทรศัพท์ของลุงพลไปข้าง ๆ หนึ่งนาทีต่อมา ลุงพลก็เดินออกมาโดยสวมเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียว “ซื้อของเสร็จหรือยัง ซื้อเพิ่มอีกหน่อยไหม” “อืม” ฉันหันไปมองเขา แล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง “พี่พลคะ ดอกไม้ที่บ้านเรากำลังจะเหี่ยวแล้ว ดอกไม้ที่พี่ซื้อก่อนหน้านี้มาจากร้านไหนคะ ขอช่องทางการติดต่อหน่อยได้ไหม” มองสีหน้าเล็ก ๆ ที่แข็งทื่อของลุงพล ฉันก็มั่นใจแล้ว มือที่สามของเขาคือคนขายดอกไม้ “เดี๋ยวพรุ่งนี้ตอนเลิกงานฉันซื้อกลับมาให้นะ อากาศร้อนขนาดนี้ ฉันไม่อยากให้เธอต้องออกไปลำบาก” เขาไม่กล้าพูด ฉันก็ไม่ถามให้ละเอียด แต่พอเขาอยากจะเข้ามาใกล้ ฉันก็ผลักออก “วันนี้ฉันเหนื่อยมาก พี่ไปนอนห้องสำรองเถอะ” ลุงพลลูบหัวฉันทันที “ได้สิ พักผ่อนเร็ว ๆ นะ” แต่พอเข้าห้องไป เขาก็เริ่มบ่นกับอีกฝ่ายทางไลน์ [ไม่รู้หลินเป็นอะไร เพิ่งซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแพงหูฉี่ให้ เธอกลับไล่ฉันไปนอนห้องสำรอง ช่างไม่รู้บุญคุณเลย] อีกฝ่ายตอบกลับทันที [สามีมาหาฉันสิคะ พอดีวันนี้ฉันเพิ่งได้ชุดนอนลูกไม้ชุดใหม่มา] 3 มองการสนทนาในไลน์ที่ซิงค์กับคอมพิวเตอร์ ฉันเริ่มรู้สึกเลือนลาง จนลุงพลเข้ามาในห้องก็ยังไม่ทันรู้ตัว “น่าน ที่บริษัทมีลูกค้าจะมาคุยงาน ฉันต้องกลับไปทำงานพิเศษที่ออฟฟิศ” “น่าน?” ฉันกลับมารู้สึกตัว พยักหน้าให้เขา “รีบไปรีบกลับนะ” เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันลากลุงพลไปร้านดอกไม้ด้วยกัน เขาพยายามจะห้ามฉัน แต่ก็ไม่อยากขัดขวางจนเกินไปกลัวจะเปิดเผยความจริง เขาจึงทำได้แค่ไลน์เตือนอีกฝ่าย แล้วขับรถพาฉันไปร้านดอกไม้ใกล้ ๆ บริษัทของเขา “ที่นี่พอดีเลยตอนเลิกงาน ฉันเลยแวะมาซื้อดอกไม้ให้เธอประจำ” ฉันพยักหน้า มองผ่านกระจกหน้าต่าง ก็เห็นผู้หญิงคนนั้นในกล่องข้อความสนทนาของพวกเขา รูปร่างอรชร ใบหน้าสวยคม แม้จะดูมีอายุมากกว่าฉัน แต่ก็มีเสน่ห์บางอย่าง “คุณพลคะ” ผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามาด้วยรองเท้าส้นสูง ส่งสายตายั่วยวนให้ลุงพล “นี่แฟนคุณเหรอคะ สวยจังเลยค่ะ” ลุงพลโอบฉัน “นี่หลินครับ แฟนผม” “น่าน นี่คุณสุภา เจ้าของร้านดอกไม้” คุณสุภา… ลูกเป็ด ใช่เธอแน่ ๆ คุณสุภาถามฉันว่าอยากได้ดอกไม้อะไร แล้วก็ชวนเราเข้าไปนั่งดื่มชา แต่เธอยกชุดถ้วยชาสวยหรูให้ลุงพล แต่กลับให้แก้วพลาสติกใส่น้ำเปล่ากับฉัน “คุณหลินทราบไหมคะว่านี่คือชาอะไร” ฉันกำแก้วพลาสติกไว้โดยไม่รู้ตัว เหลือบมองถ้วยชาในมือลุงพล ยังไม่ทันได้พูด คุณสุภาก็พูดขัดขึ้นมา “คนที่รู้เรื่องชา ไม่จำเป็นต้องชิมเองหรอกค่ะ แค่ได้กลิ่นก็รู้แล้วว่าชาถ้วยนี้เป็นยังไง” คุณสุภานั่งลงข้างลุงพลด้วยความภาคภูมิใจ แต่สายตายังคงจับจ้องมาที่ฉัน ราวกับกำลังรอคำตอบจากฉัน ฉันจึงตอบไปอย่างไม่คิดมากว่า “ชาแดงมั้งคะ” ทันทีที่พูดจบ คุณสุภาก็หัวเราะออกมา “ฮ่า ๆ” แล้วดึงแขนลุงพลเริ่มเยาะเย้ย “แฟนคุณนี่ไม่รู้จักของดีเอาซะเลย จะแยกแยะได้แค่จากสีอย่างเดียวเหรอคะ” “น่าขำจริง ๆ เลยค่ะคุณหลิน โลกนี้ไม่ได้มีแค่ชาแดงกับชาเขียวนะคะ” คุณสุภาหยิบกล่องของขวัญใต้โต๊ะออกมา “นี่เป็นชาอูหลงพันธุ์หนึ่ง ชื่อว่าไป๋หยาฉีหลาน ยังไงคุณหลินก็ไม่รู้เรื่องชาหรอกค่ะ ดื่มน้ำเปล่าเถอะค่ะ สำหรับคุณมันก็คงรสชาติเดียวกันหมดแหละ” ฉันได้ยินว่าคุณสุภาจงใจใช้ท่าทีที่เหนือกว่ามาเยาะเย้ยฉัน เหมือนที่เธอกับลุงพลคุยกันเสมอว่า พวกเขาคิดว่าฉันเป็นคนบ้านนอก “ชาถ้วยนี้ดีมากเลยนะ แต่สุภา—” ลุงพลวางถ้วยชาลง มองคุณสุภาอย่างมีความหมาย “อย่าพูดกับแฟนผมแบบนี้เลยครับ เธอแค่ไม่รู้เรื่องชา ไม่ใช่ไม่รู้อะไรเลย” ถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉันคงคิดว่าลุงพลดีจัง ทำอะไรก็ปกป้องฉันเสมอ แต่ตอนนี้ฟังดูแล้วช่างประชดประชันเหลือเกิน คิดว่าฉันมองไม่เห็นมือที่พวกเขาลับ ๆ ล่อ ๆ ประสานกันอยู่เหรอ? “ฉันมีธุระต้องไปแล้วนะ ดอกไม้คุณก็ซื้อกลับไปเองเถอะ” ฉันวางแก้วพลาสติกลงแล้วลุกขึ้น ขณะหยิบกระเป๋า ก็สบตากับลุงพล เขารับรู้ถึงความไม่พอใจในสายตาฉันได้ทันที เขาจึงดึงฉันไว้ “เดี๋ยวฉันไปส่งเธอที่บ้าน” ฉากนี้ตกอยู่ในสายตาของคุณสุภา เธอรู้สึกไม่พอใจแต่ก็ยิ้มออกมา “เดี๋ยวค่ะ ที่ร้านฉันเพิ่งได้กุหลาบสีฟ้าไอซ์บลูมาใหม่ เดี๋ยวเอาไปให้คุณหลินสักหน่อย” ไม่ถึงสิบวินาที คุณสุภาที่กำลังถือดอกไม้ก็ร้อง “โอ๊ย!” ออกมา “เป็นอะไรไป!” ลุงพลสะบัดมือฉันทิ้ง หันหลังกลับไปทางคุณสุภาโดยไม่ลังเล “ทำไมไม่ระวังเลย ถ้าติดเชื้อขึ้นมาจะทำยังไง” น้ำเสียงของลุงพลเต็มไปด้วยความห่วงใย ไม่หลบหลีก ใช้มือปิดบาดแผลที่ถูกกรรไกรบาดบนมือคุณสุภา มือของฉันยังคงพยุงประตูแก้วอยู่ หันกลับไปมองลุงพล แล้วเรียกชื่อเขาเบา ๆ “พี่พลคะ” “น่าน เธอเรียกแท็กซี่กลับบ้านเองนะ ฉันต้องพาสุภาไปโรงพยาบาล กรรไกรนั่นมันขึ้นสนิมแล้ว ถ้าเป็นบาดทะยักขึ้นมาจะแย่” ตลอดเวลาเขาไม่ได้เงยหน้ามองฉันเลย กระทั่งเพื่อความรวดเร็ว เขาก้มตัวลงอุ้มคุณสุภาแบบเจ้าหญิง มองฉันเป็นแค่คนเปิดประตู แล้วเดินผ่านฉันไป ฉันมองเห็นสายตาที่ท้าทายของคุณสุภา และมองเห็นระดับความสำคัญที่ลุงพลให้เธอ ฉันยืนมองเขานั่งรถพาคุณสุภาจากไปภายใต้แสงแดดจ้า แล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาเบอร์คุ้นเคย “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันจะแต่งงานกับคุณ”